กรอบการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มไทยเบฟกำหนดให้มีการระบุ
และประเมินความเสี่ยงที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้ง
บรรเทาผลกระทบและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทผ่าน
คณะกรรมการบริหารความยั่งยืนและความเสี่ยงอย่างทันที
ด้วยกรอบนโยบายนี้จึงสามารถมั่นใจได้ว่าความเสี่ยงที่สำคัญทั้งหมด
ในแต่ละกลุ่มธุรกิจและหน่วยธุรกิจทั่วทั้งกลุ่มไทยเบฟจะได้รับ
การติดตามและจัดการอย่างต่อเนื่องในลักษณะที่สอดคล้องกัน
นอกจากนี้ยังมีการมอบหมายความรับผิดชอบที่ชัดเจนให้กับบุคลากร
ที่เกี่ยวข้องในการจัดการความเสี่ยงภายใต้การควบคุม และสร้าง
ระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบ
สำคัญของการบริหารจัดการตามปกติของกลุ่มไทยเบฟ
เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ไทยเบฟดำเนินธุรกิจในระดับ
ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และสนองตอบ
ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราได้กำหนดให้การบริหาร
ความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนธุรกิจประจำปี การตัดสินใจ
การจัดการโครงการ และการดำเนินการอันเป็นกิจวัตรประจำวัน
หลักการสำคัญของการจัดการความเสี่ยงของไทยเบฟ คือ
- 1. ผู้บริหารและพนักงานทุกคนเป็นเจ้าของความเสี่ยง ซึ่งมีหน้าที่
รับผิดชอบในการระบุและประเมินความเสี่ยงในส่วนการดำเนิน
ธุรกิจของตน และกำหนดมาตรการบรรเทาความเสี่ยงที่เหมาะสม
- 2. ความเสี่ยงทั้งหมดที่กระทบต่อวัตถุประสงค์ของบริษัท จะต้อง
- ระบุได้อย่างทันท่วงที
- ประเมินโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- บริหารจัดการให้สอดคล้องกับเกณฑ์ความเสี่ยงของบริษัททั้งเรื่องต้นทุนและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- ติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่าจัดการกับความเสี่ยงนั้นอย่างเหมาะสม
- 3. ความเสี่ยงทั้งหมดต่อแผนธุรกิจและกลยุทธ์ของบริษัท
ที่มีระดับความเสี่ยง “สูง” หรือ “สูงมาก” ต้องรายงานต่อ
คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการบริหารความยั่งยืนและ
ความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท
เพื่อกำกับดูแลความเสี่ยงอย่างเหมาะสมตามโครงสร้าง
การกำกับดูแลของไทยเบฟ
ดูรายละเอียดได้ที่นโยบายการบริหารความเสี่ยง
Risk Management Policy ThaiBev conducts an annual review of risks impacting its sustainability across environmental, social, and economic dimensions. This process involves analyzing internal and external factors, significant trends, and stakeholder expectations. Based on these assessments, ThaiBev categorizes principal risks into three groups: Strategic,
ไทยเบฟทบทวนความเสี่ยงที่ส่งผลต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
สังคม และเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ด้วยการวิเคราะห์
ปัจจัยทั้งภายในและภายนอก แนวโน้มที่สำคัญ และความคาดหวัง
ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จากผลการประเมินความเสี่ยง
สามารถแบ่งความเสี่ยงหลักออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ความเสี่ยง
ด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม
และการกำกับดูแล) และความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ โดยระบุ
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การบรรเทาผลกระทบที่สำคัญ และ
ความเชื่อมโยงกับสาระสำคัญด้านความยั่งยืนที่สำคัญด้วยระบบ
การบริหารจัดการทั่วทั้งบริษัท นอกจากนี้ ไทยเบฟยังให้ความสำคัญ
กับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใหม่จากปัจจัยภายนอกที่คาดว่าอาจ
ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจในระยะยาว ทำให้บริษัทต้อง
ปรับกลยุทธ์และ/หรือรูปแบบธุรกิจเพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว
ไทยเบฟพัฒนาและดำเนินการตามกรอบการบริหารความยั่งยืนและ
ความเสี่ยงที่สอดคล้องกับกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กรของ
COSO ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ประการ