การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟ 2568
หน้าแรก / ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม
การบริหารจัดการของเสีย
ทุกปีมีของเสียมากกว่า 2 พันล้านตันทั่วโลกเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะชุมชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของของเสียทั้งหมด ปริมาณของเสียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลจากการเติบโตของประชากร การขยายตัวของเมือง และรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งล้วนสร้างผลเสีย ต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทั่วโลก

จากแนวโน้มการจัดการของเสียในปัจจุบันพบว่ายังมีของเสียมากถึงร้อยละ 37 ที่ถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบทั้งในรูปแบบหลุมฝังกลบที่มีการควบคุมและการทิ้ง แบบเปิด แม้วิธีดังกล่าวจะเป็นที่นิยมเนื่องจากต้นทุนต่ำ แต่กลับส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการปนเปื้ อนของน้ำชะขยะสู่ดินและ แหล่งน้ำใต้ดิน การสูญเสียพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงการปล่อย ก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า

เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ ไทยเบฟได้นำแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียนและหลักการ 3Rs (การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล) มาใช้เพื่อลดปริมาณขยะที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบ ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการลดของเสียสู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์ จากโรงงานผลิตในประเทศไทยและเมียนมาภายในปี 2583
แนวทางการบริหารจัดการ
ไทยเบฟตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการของเสียอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณค่า ให้กับสังคม บริษัทมุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวทางเศรษฐกิจ หมุนเวียนและหลักการ 3Rs (การลดปริมาณ การใช้ซ้ำและการ รีไซเคิล) เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสียตั้งแต่ต้นทาง และเพิ่มโอกาสในการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อย่าง สร้างสรรค์

ไทยเบฟได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ และร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการลดของเสียจากกระบวนการผลิต การจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค รวมถึงการนำของเสียไปใช้ ในการผลิตพลังงานทดแทน ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
นอกจากนี้ ไทยเบฟยังมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการผลิต ซึ่งไม่เพียง ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมและลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียอีกด้วย บริษัทจึงใช้แนวทางการจัดการของเสียตามลำดับขั้น เพื่อจัดการ ของเสียให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุดประกอบด้วย 6 ขั้น ตอนสำคัญ ดังนี้
  • การป้องกัน: ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพื่อลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้วัสดุน้อยลงและ หลีกเลี่ยงการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น
  • การลดปริมาณ: ลดการเกิดของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าโดย ออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น
  • การใช้ซ้ำ: ส่งเสริมการใช้สิ่งของและวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดของเสีย อนุรักษ์ทรัพยากรและรักษามูลค่าในห่วงโซ่ อุปทานได้อย่างต่อเนื่อง
  • การรีไซเคิล: รวบรวมและแปรรูปวัสดุที่ไม่ได้ใช้เพื่อนำกลับมาใช้ เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าใหม่ ช่วยลดการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติและลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด
  • การแปรรูปเป็นพลังงาน: นำของเสียที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ มาแปรรูปเป็นพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานความร้อน กระแสไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิง เป็นการใช้ของเสียให้เกิด ประโยชน์สูงสุด
  • การกำจัดของเสีย: กำจัดของเสียที่เหลืออย่างถูกวิธี และปลอดภัย โดยคำนึงถึงหลักการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน
แนวทางนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการดำเนินธุรกิจอย่าง มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับการสร้าง คุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทเชื่อว่าการจัดการ ของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนไม่เพียงเป็นหน้าที่ของ องค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สีเขียวของโลก เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน
เป้าหมาย
ลดของเสียสู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์
(ในประเทศไทยและประเทศเมียนมา)
ภายในปี 2583
โครงการสำคัญ

โครงการลดของเสียสู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์
กลุ่มธุรกิจสุราในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการลดของเสีย สู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์ตามเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของไทยเบฟ โดยมีโรงงานสุราอธิมาตร จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย เป็นโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จ และครอบคลุม การจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีกิจกรรมหลัก ได้แก่
  • การลดขยะที่แหล่งกำเนิด สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้พนักงาน และสนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม เช่น ภาชนะใส่อาหารปราศจากโฟม และแก้วน้ำ ที่สามารถใช้ซ้ำ
  • การคัดแยกขยะ จัดให้มีการแยกขยะทั้งในโรงงานและที่พัก พนักงาน เพื่อให้จัดการของเสียแต่ละประเภทได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
  • การจัดการขยะอินทรีย์ นำเศษอาหารไปใช้ในการทำปุ๋ยหมัก เพื่อใช้ในแปลงเกษตรพอเพียงภายในโรงงาน และผลิตไบโอชาร์ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงและวัสดุดูดซับกลิ่น
  • การจัดการขยะรีไซเคิลและของเสียอันตราย จำหน่ายขยะที่ สามารถรีไซเคิลได้และส่งของเสียอันตรายไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยผู้รับจ้างที่ได้รับอนุญาต
  • การขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบภายใต้แนวคิด “Sustainability from Factory to Community” ทีมบริหารจัดการขยะ จัดอบรมให้กับนักเรียน 130 คน จากโรงเรียนบ้านสระกอไทร และโรงเรียนบ้านไทรงาม รวมถึงชุมชนบ้านไทรงาม เพื่อให้ ความรู้ด้านการคัดแยกและเพิ่มมูลค่าจากการรีไซเคิล พร้อมมอบถังขยะรีไซเคิลให้แก่โรงเรียน
โครงการลดของเสียสู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์ของกลุ่มธุรกิจสุรา เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการของเสียอย่างบูรณาการ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดของเสียสู่บ่อฝังกลบเท่านั้น แต่ยังสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนและขยายผลเชิงบวกสู่ชุมชนโดยรอบ อย่างแท้จริง
โครงการบริหารจัดการกากข้าวมอลต์และยีสต์ ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
กระบวนการผลิตเบียร์มีการใช้ข้าวมอลต์และยีสต์เป็นวัตถุดิบหลัก โดยหลังการผลิตเบียร์ วัตถุดิบเหล่านี้จะกลายเป็นผลพลอยได้ที่ เรียกว่า “กากข้าวมอลต์” และ “กากยีสต์” ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการ สำหรับการเกษตร สามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากทั้งกากข้าวมอลต์และยีสต์มีค่าโปรตีนสูง เหมาะสำหรับใช้ เป็นอาหารให้กับสัตว์หลากหลายประเภท เช่น โคนม โคเนื้อ สัตว์ปีก และสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ในปี 2568 โรงงานเบียร์สามารถจัดการ และนำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตเบียร์ไปใช้เป็นอาหารสัตว์ ได้ทั้งสิ้น 39,285 ตัน (ประกอบด้วยกากข้าวมอลต์ 38,281 ตัน และกากยีสต์ 1,004 ตัน)
โครงการแปรรูปขี้เถ้าให้เป็นสารปรับปรุงดิน
กระบวนการผลิตที่โรงงานสุราบางยี่ขัน จังหวัดปทุมธานี ก่อให้เกิดขี้เถ้าผงจากการระเหยและการเผาไหม้น้ำกากส่าซึ่งเป็น น้ำเสียจากกระบวนการกลั่น เพื่อนำไปผลิตไอน้ำสำหรับใช้ภายใน โรงงาน ขี้เถ้าผงมีจุดเด่นคือมีปริมาณโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็น ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช และสามารถนำไปใช้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ หรือปรับปรุงดินได้

โครงการจัดการของเสียกับการมีส่วนร่วมของชุมชน และสังคม
การคัดแยกและการรีไซเคิลขยะในชุมชน
ไทยเบฟได้ดำเนินโครงการรณรงค์การคัดแยกและรีไซเคิลขยะ ในหลายชุมชนทั่วประเทศไทย ได้แก่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนแฟลตตำรวจส่วนกลาง (เฉลิมลาภ) กรุงเทพมหานคร เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี และชุมชนรอบโรงงาน ผลิตของบริษัท โครงการเหล่านี้ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดเวิร์กชอปให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ การฝึกอบรมเกี่ยวกับคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล การจัดหาถังขยะ และระบบการเก็บ รวมถึงการรับซื้อบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิล ได้เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน
  • ไทยเบฟร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัด เชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะในครัวเรือนโดยเริ่มต้น ในพื้นที่นำร่อง 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่แมะ บ้านแม่ซ้าย และบ้านปางมะโอ ตำบลแม่นะ ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลและยังเข้าไม่ถึง ระบบจัดการขยะของหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีชาวบ้านกว่า 220 ครัวเรือน เข้าร่วมในกิจกรรมคัดแยกขยะ ทำให้ปริมาณขยะ ทั่วไปในหมู่บ้านลดลงอย่างชัดเจน ผลที่เกิดขึ้นคือพื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่ในป่าปลอดการทิ้งขยะ ขณะที่ชุมชนสามารถสร้าง รายได้จากการจำหน่ายขยะรีไซเคิล โครงการนี้ใช้งบประมาณ ดำเนินการรวม 1.6 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายหลักคือผลักดัน ให้ตำบลแม่นะเป็นชุมชนต้นแบบด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
  • ไทยเบฟได้ร่วมมือกับชุมชนแฟลตตำรวจส่วนกลาง (เฉลิมลาภ) กรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาระบบการจัดการขยะ ในปี 2566 โดยไทยเบฟได้จัดหาถังคัดแยกขยะพร้อมระบบรวบรวมขยะ บรรจุภัณฑ์ และรับซื้อขยะบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ผ่าน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) เพื่อสร้างรายได้ ให้กับชุมชน ในปีถัดไปไทยเบฟตั้งเป้าที่จะเพิ่มการมีส่วนร่วม ของชุมชน และขยายการคัดแยกประเภทขยะเพิ่มเติม เพื่อสร้างรายได้และการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งในท้ายที่สุด จะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และสอดคล้องกับเป้าหมาย การจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร
  • การขยายผลจากโครงการบริหารจัดการขยะบนเกาะ (Island Model) ที่ TBR ดำเนินการเพื่อแก้ไขความท้าทายด้านการจัดการ บรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคบนเกาะต่าง ๆ ไทยเบฟได้ร่วมมือกับ กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCG) กับหน่วยงานท้องถิ่น ผู้เก็บขยะ ร้านรับซื้อของเก่า และผู้นำชุมชน เพื่อจัดตั้งระบบจัดการขยะ บนเกาะสีชัง โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาโครงการ การจัดการขยะที่สามารถขยายผลไปสู่เกาะอื่น ๆ ที่เผชิญความ ท้าทายคล้ายกัน และลดปริมาณขยะที่ถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบ
โครงการบริหารจัดการขยะในโรงเรียน
โครงการมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการของเสียอย่างมีความรับผิดชอบ ในหมู่นักเรียน โครงการนี้มีผู้เข้าร่วมจากโครงการโรงเรียน ร่วมพัฒนา โครงการสานอนาคตการศึกษา (Connext ED) และโครงการเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกคัดแยกประเภทขยะ อย่างถูกวิธีและการจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมาย การลดของเสียสู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์

โครงการนี้ไทยเบฟดำเนินงานร่วมกับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์ และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ซึ่งทำหน้าที่ให้ความรู้ในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ สำหรับนักเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2568 มีนักเรียนทั้งสิ้นกว่า 800 คนจาก 106 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการ ได้รับประสบการณ์จริง ในการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง

ในปี 2568 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถรวบรวมและคัดแยก วัสดุรีไซเคิลได้สำเร็จรวมทั้งสิ้น 327 กิโลกรัม นอกจากนี้ นักเรียน ยังได้ดำเนินการจัดการเศษอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปฝังกลบได้อีก 1,186 กิโลกรัม

โครงการนี้ไม่เพียงเสริมสร้างความเข้าใจของนักเรียนด้าน ความยั่งยืนเท่านั้นยังส่งเสริมให้นักเรียนมีบทบาทเป็นผู้พิทักษ์ สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในโรงเรียนและชุมชน ของตนเองด้วย
ความสำเร็จ
ก้าวสู่อนาคต
ไทยเบฟได้เริ่มต้นการเดินทางสู่การบรรลุเป้าหมาย “ลดของเสียสู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2583” ครอบคลุมทุกโรงงานการผลิต ของบริษัทในประเทศไทยและประเทศเมียนมา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยให้ความสำคัญกับการนำไปใช้ประโยชน์ การใช้ซ้ำ และการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความพยายามดังกล่าวช่วยลดปริมาณ ของเสียที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบได้อย่างมาก

ในปี 2569 ไทยเบฟจะกำหนดเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งพัฒนาการเก็บข้อมูลพื้นฐาน เพื่อใช้ติดตามปริมาณขยะ และระบุจุดที่ต้องปรับปรุง พร้อมทั้งจัดทำแผนงานและกรอบระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการ

นอกจากนี้ ไทยเบฟยังให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูลของเสียอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นระบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุด โดยจำแนกตามประเภทของเสียและวิธีการกำจัด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล ที่เชื่อถือได้ในการวางแผนและติดตามผลการดำเนินงาน กระบวนการดังกล่าวถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ระยะยาวในการลด ปริมาณของเสียที่นำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การบริหารจัดการของเสีย
ในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2568