การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟ 2568
หน้าแรก / การสร้างคุณค่าให้แก่สังคม
ความร่วมมือในระดับนานาชาติ
ไทยเบฟยังคงขับเคลื่อนการสร้างความร่วมมือและสนับสนุนการพัฒนาระหว่าง ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านธุรกิจ การพัฒนาบุคลากร รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรม ผ่านศูนย์ ซี อาเซียน (C asean) ซึ่งทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำธุรกิจ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในภูมิภาคอาเซียน นอกจากศูนย์ ซี อาเซียน 4 แห่ง ในกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีศูนย์ ซี อาเซียน ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม และศูนย์ ซี อาเซียน ล้านนา ที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมสนับสนุนภารกิจ ในการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค
โครงการสำคัญ

Sustainability Expo (SX) 2025
งาน Sustainability Expo (SX) 2025 เป็นมหกรรมความยั่งยืน ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากการ ผสานความร่วมมือจาก 6 องค์กรธุรกิจชั้นนำด้านการพัฒนาอย่าง ยั่งยืนระดับสากล ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (“Sufficiency for Sustainability”) จากการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวที่จะทรง “สืบสาน รักษาและต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขแห่ง อาณาราษฎรตลอดไป” และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทาง ในการจัดงาน สอดคล้องกับหลักเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ของชาติ (UNSDGs) มาสู่การปฏิบัติจริงให้เกิดเป็นแพลตฟอร์ม ความร่วมมือ โดยมีเป้าหมายแห่งการปฏิบัติ และเปลี่ยนแปลงร่วมกัน

ในปีนี้ SX 2025 ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 800 คน ทั่วโลก และเครือข่ายพันธมิตรกว่า 280 องค์กรทั้งหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ รวมถึงสถานทูต และองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้ แนวคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ โดยเน้นกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และร่วมผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริง ใน “ทศวรรษแห่งการลงมือทำา (Decade of Action)” เพื่อสร้าง ความเปลี่ยนแปลง ให้โลกน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ SX ได้ร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าภาพ (Host Partners) จัดการ แข่งขัน Enactus World Cup 2025 Presented by ThaiBev เวทีการแข่งขันระดับโลกที่รวมพลังนักเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ จากทั่วโลก สร้างสรรค์นวัตกรรมและแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อความยั่งยืนที่จัดขึ้นโดย Enactus Global

โดยมีมูลนิธิรากแก้ว และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันดังกล่าว พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรจาก ภาคเอกชน และองค์กรไม่แสวงหากำไร รวมสุดยอดทีมเยาวชน จากกว่า 32 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล SEP Award เป็นครั้งแรกให้แก่ทีมที่แสดงผลงานโดดเด่นในการ ส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างผลกระทบเชิงสังคม ซึ่งเป็นรางวัลประจำปีที่จะดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี นับเป็นงานที่ได้รับการจับตามองจากทั้งภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และองค์กรระดับโลก

นอกจากนี้ ในฐานะแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านความยั่งยืน ในระดับภูมิภาค SX2025 ยังจัดกิจกรรม B2B (Business-to- Business) เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างพันธมิตรที่มุ่งมั่นร่วมกันสร้าง โลกที่สมดุล โดยมีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และทิศทางการ พัฒนาร่วมกัน นำไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ และความมุ่งมั่นร่วมกัน ในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น Thailand 2050: Climate and Water Futures ซึ่งจัดโดยกลุ่มธนาคารโลก นำเสนอแนวทางเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเพื่อรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างความมั่นคง ด้านน้ำภายในปี 2593 นอกจากนี้ในโซน SEP Inspiration ยังได้รวบรวมตัวอย่างการพัฒนาจากหลากหลายมุม ทั่วโลกผ่านการสนับสนุนของ 14 องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต และหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งนำเสนอมิติของ ความยั่งยืน ทั้งด้านนโยบาย นวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติ จากประเทศต่าง ๆ ตอกย้ำว่าการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นั้นต้องเกิดจากความร่วมมือของประชาคมโลก และการเรียนรู้ จากประสบการณ์ที่หลากหลายร่วมกัน

C asean Forum 2025
C asean Forum เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จาก ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนสู่อนาคต ที่ยั่งยืน ในปีนี้ C asean Forum จัดภายใต้หัวข้อ “Future of ASEAN: Empowering Growth Amid Geoeconomic Tensions” ผ่านการร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญสองส่วน ได้แก่ เวทีเสวนา “ASEAN’s Resilience: Challenges and Opportunities” โดยได้รับเกียรติจากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายภาคส่วน มาร่วมแบ่งปันมุมมองในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่การยกระดับ ศักยภาพการแข่งขันของอาเซียน การเตรียมแรงงานให้พร้อม ต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง การขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียว ไปจนถึงบทบาทของภาคการเงินในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน

สู่ความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลาย อุตสาหกรรมมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริงในช่วง Insight Talks ภายใต้หัวข้อ “Empowering ASEAN’s Future: Real-World Insights” ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่ความยั่งยืนของ ห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล นวัตกรรมสังคมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไปจนถึงเทคโนโลยีการเกษตรที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้ชุมชน สามารถรับมือกับความท้าทายด้านสภาพอากาศ C asean Forum 2025 จึงไม่ใช่เป็นเพียงเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดความร่วมมือในอาเซียนเพื่ออนาคต ที่มั่นคงและยั่งยืน

C asean Consonant จัดการแสดงดนตรี “A Decade of Harmony, A Journey to Expo 2025” ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ศูนย์ ซี อาเซียน จัดแสดงดนตรีภายใต้แนวคิด “A Decade of Harmony, A Journey to Expo 2025” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรม สัปดาห์อาเซียน (ASEAN Week) ในวันที่ 2 สิงหาคม 2568 เพื่อฉลองทศวรรษของการก่อตั้งวง C asean Consonant วงดนตรีเพียงหนึ่งเดียวที่รวมและเชิดชูอัตลักษณ์วัฒนธรรมดนตรี ประจำชาติจาก 10 ประเทศอาเซียน ก่อนเดินทางไปร่วมฉลอง ครบรอบ 58 ปีการก่อตั้งประชาคมอาเซียนที่งาน Expo 2025 ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ตามคำเชิญของสำนักเลขาธิการ อาเซียน

ก่อนการแสดง วง C asean Consonant ได้รับเกียรติจาก H.E. Dr. Kao Kim Hourn เลขาธิการอาเซียน กล่าวชื่นชมบทบาท ของวง C asean Consonant ในการส่งเสริมความสามัคคีและ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมผ่านการถ่ายทอดจากสำนักงานใหญ่ ณ กรุงจาการ์ตา นอกจากนี้ H.E. Mrs. Millicent Cruz-Paredes เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย และ H.E. Mr. Rachmat Budiman เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ยังให้เกียรติร่วมขับร้องเพลง “ASEAN as One” ในฐานะนักร้อง กิตติมศักดิ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของอาเซียน อย่างแท้จริง

คอนเสิร์ตนี้ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลาง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผ่านเสียงดนตรีและจิตวิญญาณ แห่งอาเซียน พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และ ภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อก้าวสู่อนาคตที่เป็นหนึ่งเดียว อย่างงดงาม

C asean Consonant รับเชิญร่วมแสดงในงาน Expo 2025 ณ เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น
วง C asean Consonant ได้รับเชิญและได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานเลขาธิการอาเซียน ให้เป็นตัวแทนเผยแพร่วัฒนธรรม อาเซียนที่งาน Expo 2025 ณ เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาส ฉลองครบรอบวันสถาปนาประชาคมอาเซียน วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความเป็นเอกภาพ ของอาเซียนสู่สายตาชาวโลก

การแสดงครั้งนี้ ได้รับเกียรติเข้าชมจากคณะผู้แทนจากสำนัก เลขาธิการอาเซียน รัฐบาลญี่ปุ่น ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ และสื่อมวลชน พร้อมกันนี้ C asean Consonant ได้เปิดการแสดงพิเศษบนเวทีของประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม นอกจากการแสดง ยังมีการฉายผลงานวีดิทัศน์ “Common Cultural Heritage in ASEAN” ที่จัดทำโดยวง C asean Consonant บนบอร์ดนิทรรศการของอาเซียนพาวิลเลียน ตลอดระยะเวลาจัดงาน Expo 2025 เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมของ ภูมิภาคผ่านเสียงดนตรีพื้นบ้านจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ สะท้อนความภาคภูมิใจ และมิตรภาพระหว่างวัฒนธรรม โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงาน Expo 2025

Win Win WAR
โครงการ Win Win WAR คือโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจ แบ่งปันที่ใช้กลไกธุรกิจในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 2 โครงการย่อย คือ Win Win WAR Thailand และ Win Win WAR OTOP Junior ซึ่งเป็นมากกว่า รายการทีวีหรือเวทีแข่งขันธุรกิจ แต่เป็นแพลตฟอร์มขับเคลื่อน ระบบนิเวศผู้ประกอบการเพื่อสังคมในประเทศไทย โดยสนับสนุนทั้ง ผู้ประกอบการและเยาวชนผู้มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลง ปีนี้มีผู้สมัคร กว่า 700 ทีม และมียอดรับชมออนไลน์รวมกว่า 4 ล้านครั้ง สุดยอด นักธุรกิจแบ่งปันจาก Win Win WAR Thailand ซีซันที่ 7 ได้แก่ คุณกรกต อารมย์ดี ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ 2 ล้านบาท จากการพลิก ไม้ไผ่ธรรมดาเป็นศิลปะระดับโลกด้วยภูมิปัญญาจักสานจากเพชรบุรี และพัฒนาเป็นงานออกแบบร่วมสมัยที่ใช้ตกแต่งอาคารได้จริง นอกจากเป็นการยกระดับศิลปะและภูมิปัญญาไทยแล้ว ยังสร้าง อาชีพให้ช่างพื้นบ้านกว่า 400 คน นอกจากนี้ยังต่อยอดมาเป็น โครงการ Win Win WAR OTOP Junior จนปัจจุบันเข้าสู่ซีซันที่ 4 โดยมุ่งเฟ้นหาสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปันรุ่นเยาว์ อายุ 9-14 ปี จากทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างทักษะการค้าขาย พร้อมปลูกฝัง การสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและผลักดัน ให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเยาวชน ผ่านทุนการศึกษา ทัศนศึกษาทั้งในและต่างประเทศ และกิจกรรมบ่มเพาะต่าง ๆ โดยทีม ‘ลิงจ๋อผำจิ๋ว’ ผู้ชนะเลิศโครงการ Win Win WAR OTOP Junior ซีซัน 4 จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัด ลพบุรี ได้รับทุนการศึกษา 2 แสนบาท และโอกาสในการไปทัศนศึกษา นวัตกรรมต่างประเทศ จากผลงานการแปรรูปไข่ผำเป็นผลิตภัณฑ์ ผงโรยข้าวโปรตีนสูงที่ไม่เพียงแต่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ทั้ง โรงเรียนและชุมชนท้องถิ่น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่สามารถ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดทางธุรกิจเพื่อพัฒนาชุมชนได้ ทั้งสองโครงการสะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนทุกเพศ ทุกวัยในการเสริมสร้างชุมชน รักษาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง

ศูนย์ ซี อาเซียน เวียดนาม
ศูนย์ ซี อาเซียน เวียดนาม เปิดดำเนินงานในปี 2565 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในฐานะสาขาต่างประเทศแห่งแรกของ ศูนย์ ซี อาเซียน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนผ่าน สามเสาหลักสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจและความยั่งยืน การพัฒนาผู้นำ และบุคลากร และศิลปวัฒนธรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ ซี อาเซียน เวียดนาม ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการ จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม และ โครงการเพื่อสังคม ครอบคลุมตั้งแต่การเสวนาด้านแนวปฏิบัติ ด้านความยั่งยืน การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ไปจนถึง กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่สะท้อนความหลากหลายของ ภูมิภาคอาเซียน ตัวอย่างเช่น การเสริมทักษะเครื่องมือดิจิทัลและ ทักษะสำคัญต่างๆ ตั้งแต่ AI และ Microsoft Copilot ไปจนถึงทักษะ การพูดในที่สาธารณะ ผ่านการอบรมที่ผสานทั้งภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติ นอกจากนี้ยังรวบรวมผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนใน กิจกรรม C asean Vietnam Group Sharing เพื่อแลกเปลี่ยนแนว ปฏิบัติด้านความยั่งยืนและหารือประเด็นสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและ เศรษฐกิจ อีกทั้งโครงการ Trash to Treasure Vietnam ยังเปิด โอกาสให้นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุรีไซเคิลเพื่อส่งเสริม วิถีชีวิตที่ยั่งยืน และโครงการ ASEAN SX Photo Contest ที่ขยาย ไปยังเวียดนาม ซึ่งเป็นเวทีนำเสนอผลงานภาพถ่ายในหัวข้อความ ยั่งยืน เปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วภูมิภาคได้ถ่ายทอดแนวคิดผ่าน ภาพถ่ายอย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ศูนย์ ซี อาเซียน ยังเดินหน้าขยายบทบาทในระดับภูมิภาค ผ่านการดำเนินโครงการพัฒนาเยาวชนและความร่วมมือระหว่าง ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ได้จัดการประกวดสุนทรพจน์ เยาวชน 2 รายการ ได้แก่ ASEAN Youth Speech Contest และ SX Youth Speech Contest ซึ่งมีผู้สมัครมากกว่า 1,200 คนจาก ทั่วอาเซียน โดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ ความร่วมมือในระดับภูมิภาค การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ การพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนประเด็นด้านสังคมและ คุณภาพชีวิต พร้อมทั้งส่งเสริมทักษะการสื่อสาร การพูดในที่ สาธารณะ การคิดวิเคราะห์ และความเข้าใจด้านความร่วมมือระหว่าง ประเทศให้แก่คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดความร่วมมือ ด้านเยาวชนในระดับนานาชาติร่วมกับองค์การเยาวชนอาเซียน (ASEAN Youth Organization: AYO) และสมาคมอาเซียน– ประเทศไทย ในการจัด ASEAN Youth Exchange 2025 เพื่อพัฒนา ทักษะดิจิทัล การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และเสริมสร้างความรู้ ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม 5.0 ตลอดจนดำเนินความร่วมมือกับ AYO ภายใต้โครงการ Green Innovator Academy Thailand เพื่อเสริม ศักยภาพเยาวชนจากอาเซียน ญี่ปุ่น และจีน ในด้านความยั่งยืน ทักษะผู้ประกอบการ และการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของศูนย์ ซี อาเซียนในการเสริมพลังเยาวชน ให้เติบโตเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในเวทีโลกได้อย่างเข้มแข็ง

ศูนย์ ซี อาเซียน ยังคงผลักดันความร่วมมือด้านศิลปะและ วัฒนธรรมในระดับภูมิภาค ในปี 2568 โครงการ ASEAN Artist Residency Programme (AARP) ซึ่งดำเนินการโดย สำนักเลขาธิการอาเซียนมาตั้งแต่ปี 2562 โดยได้รับการสนับสนุน จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้สนับสนุน Ms. Souphalak Phongsavath ศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกจาก สปป.ลาว ให้สร้างสรรค์ผลงานที่มหาวิทยาลัยคันไซ (วิทยาเขต เซ็นริยามะ) พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการทั้งภายใน มหาวิทยาลัยคันไซและอาเซียนพาวิลเลียนที่งาน Expo 2025 ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ผลงานดังกล่าวได้รับการส่งมอบ และจัดแสดงอย่างถาวรที่หอศิลป์สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โครงการนี้สะท้อนถึงความร่วมมือ

ที่ใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงความเข้าใจและสร้าง ความเป็นหนึ่งเดียวของภูมิภาค นอกจากนี้ โครงการประกวด SX Trash to Treasure Art and Design Contest 2025 ซึ่งจัด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และมีการขยายการประกวดไปยังประเทศ เวียดนามตั้งแต่ปี 2566 โดยภายใต้แนวคิด “น้ำแห่งชีวิต (Water of Life)” ในปีนี้ ได้เปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากไทยและเวียดนามสร้างสรรค์ งานศิลปะจากขยะและเศษวัสดุเหลือใช้ทั้งในรูปแบบสองมิติและ สามมิติ ผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากทั้งสองประเทศถูกนำมา จัดแสดงในงาน Sustainability Expo 2025 เพื่อนำเสนอมุมมองที่ หลากหลายต่อประเด็นความยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของศิลปะ ในฐานะภาษาสากลที่ส่งเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ความร่วมมือในระดับนานาชาติ
ในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2568