การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟ 2568
หน้าแรก / การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟ
ห่วงโซ่คุณค่าของไทยเบฟ
ไทยเบฟเชื่อมั่นว่า การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ในการยกระดับการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ดังนั้น ไทยเบฟจึงใส่ใจในทุกขั้นตอนและทุกกระบวนการของ ห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการจัดซื้อจัดหา ให้เป็นไปตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพ ในกระบวนการผลิต เสริมสร้างคุณภาพและศักยภาพของ ระบบการกระจายสินค้า การตลาด และการขาย ตลอดจน บริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ

การจัดซื้อจัดจ้าง
ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของภูมิภาค อาเซียน ไทยเบฟให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่โปร่งใส และมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า และบริการ ตลอดจนพัฒนาคู่ค้าให้มีแนวทางการปฏิบัติงาน ที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและมีส่วนร่วมในการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะ
  • บูรณาการหลัก ESG เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านการคัดกรอง ประเมิน และพัฒนาคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าทุกรายปฏิบัติตาม “แนวทางปฏิบัติสำหรับ คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ”
  • พัฒนาคู่ค้าผ่านเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย (TSCN) และโปรแกรมฝึกอบรมต่าง ๆ อาทิ การจัดทำบัญชีคาร์บอน และการมอบรางวัลให้แก่คู่ค้าที่ดำเนินการด้านความยั่งยืน ได้อย่างดีเยี่ยม
  • กำหนดมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงปัจจัย ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบของบริษัท มีแหล่งผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน

การผลิต
ไทยเบฟให้ความสำคัญและใส่ใจในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนากระบวนการผลิตให้ ทันสมัยตามมาตรฐานสากล และส่งเสริมความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะ
  • ควบคุมกระบวนการผลิตและคุณภาพสินค้าให้ตรงตาม ข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานต่าง ๆ ตามหลักสากล ซึ่งครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขลักษณะที่ดี ของผู้บริโภค เช่น มาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO 22000, GHPs, HACCP และเครื่องหมายรับรอง คุณภาพน้ำดื่ม (National Sanitation Foundation: NSF)
  • ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ก่อมลพิษ ต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ และสังคม
  • เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพา เชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ควบคุมระบบการเก็บข้อมูลที่บันทึกปริมาณวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิต เพื่อใช้ประเมิน ผลกระทบอย่างเหมาะสม อาทิ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปริมาณการใช้น้ำ และการกำจัดของเสีย

การกระจายสินค้า
ไทยเบฟบริหารการกระจายสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการลดผลกระทบทางลบ ต่อสิ่งแวดล้อม

ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะ
  • รักษาและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้แก่ลูกค้าควบคู่กับ การให้บริการอย่างมืออาชีพ
  • ใช้เทคโนโลยีและแสวงหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนา ระบบการกระจายสินค้าและการขนส่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสในการส่งผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
  • ดำเนินมาตรการควบคุมด้านสุขอนามัยที่ยอดเยี่ยม รวมถึงมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยของ ผู้ปฏิบัติงาน

การตลาดและการขาย
ไทยเบฟดำเนินการตลาด การโฆษณา และการขายสินค้า อย่างมีจริยธรรม พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภค ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ

ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะ
  • พัฒนาช่องทางดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ โดยช่วยให้ผู้ค้าส่ง–ปลีกสามารถสั่งซื้อสินค้าได้สะดวก เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและโปรโมชันที่เหมาะสม เพื่อสร้างการเติบโต ร่วมกันอย่างยั่งยืนในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
  • ดำเนินกิจกรรมทางการตลาด การโฆษณา และการสื่อสาร แบรนด์อย่างมีจริยธรรม
  • จัดทำข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องและชัดเจนบนสื่อโฆษณา และฉลากผลิตภัณฑ์ รวมถึงส่งเสริมการวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ
  • ปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของ ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค
การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคเป็นขั้นตอนสำคัญ ในการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก

ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะ
  • นำบรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ที่ยังใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ ในกระบวนการผลิตอีกครั้ง
  • พัฒนาเครือข่ายและประสิทธิภาพระบบการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ หลังการบริโภคอย่างต่อเนื่อง
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุที่สามารถใช้ซ้ำหรือนำกลับมา ใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะหลังการบริโภคให้สอดคล้องกับ หลักการและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
  • ประเมินความสามารถในการรีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์ของ ทุกกลุ่มธุรกิจเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตาม ข้อกำหนดตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility หรือ EPR)

ทรัพยากรที่ใช้
ทุนทางการเงิน
  • มูลค่าหลักทรัพย์: 292 พันล้านบาท
  • หนี้สิน: 293,771 ล้านบาท
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: 215,820 ล้านบาท (ณ วันที่ 30 กันยายน 2568)
ทุนทางการผลิต
  • สินทรัพย์รวม: 509,591 ล้านบาท
  • ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์: 89,481 ล้านบาท
ทุนทางบุคลากร
  • จำนวนพนักงาน: 55,938 คน
  • ชั่วโมงการฝึกอบรม พนักงาน: เฉลี่ย (ต่อคน) 37.95 ชั่วโมง
ทุนทางปัญญา
  • ระบบการจัดการความรู้
  • มูลค่าตราสินค้า
ทุนทางสังคม
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยเบฟ กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ความร่วมมือกับคู่ค้า
ทุนทางสิ่งแวดล้อม
  • การใช้ทรัพยากรน้ำ: 16,170 ล้านลิตร
  • การใช้พลังงาน: 3,800,546 เมกะวัตต์-ชั่วโมง
  • วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์: 2,616,810 ตัน

ผลลัพธ์ที่ได้
รายได้รวม
336,841
ล้านบาท
กำไรสุทธิ
31,153
ล้านบาท
กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย
57,018
ล้านบาท
อัตราการบาดเจ็บ จนถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR)
2.09
ต่อหนึ่งล้านชั่วโมง การทำงาน
อัตราการ หมุนเวียน พนักงาน
12.27%
อัตราการจ้างงาน
12.42%
*ไม่รวมพนักงานไม่เต็มเวลา
3
ข้อร้องเรียน ด้านสิทธิมนุษยชน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห่วงโซ่คุณค่าของไทยเบฟ
ในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2568