การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟ 2568
หน้าแรก / การสร้างคุณค่าให้แก่สังคม
การสร้างโอกาสไร้ขีดจำกัด
ไทยเบฟเชื่อว่าองค์กรสมรรถนะสูงที่ยั่งยืนสามารถสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพนักงานในองค์กร เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างบุคลากรโดยมอบโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ รวมถึงส่งเสริม ความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพเพื่อช่วยสร้างความแข็งแกร่งทั้งในด้านทักษะส่วนบุคคลและ ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ ทั้งนี้ ไทยเบฟได้กำหนดแนวทางโดยสำรวจทักษะที่ พนักงานขาดและเติมช่องว่างทางทักษะตามที่องค์กรต้องการควบคู่กับพัฒนาทักษะที่จำเป็น ในอนาคต และสร้างความมั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะได้รับโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นธรรม โดยไม่แบ่งแยกเพศ อายุ หรือภูมิหลัง

ไทยเบฟขยายธุรกิจออกสู่ภูมิภาคอาเซียนและตลาดในต่างประเทศหลายแห่ง เป็นการสร้างโอกาส ความก้าวหน้าในสายอาชีพแบบไร้พรมแดน เพื่อให้พนักงานได้เปิดรับประสบการณ์ในระดับสากล พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับคนต่างวัฒนธรรม และมีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ การย้ายตำแหน่งงานระหว่างประเทศช่วยส่งเสริมเป้าหมายของเราในการสร้างบุคลากร ที่มีความหลากหลาย ไม่แบ่งแยก และมีทักษะพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต

การใส่ใจในคุณภาพชีวิตของพนักงานยังเป็นเสาหลักสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ ไทยเบฟ เราจัดให้มีโครงการและนโยบายที่สนับสนุนทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความมั่นคง ทางการเงิน และความเป็นอยู่ทางสังคม เพื่อให้พนักงานรู้สึกปลอดภัย ได้รับความช่วยเหลือ และมีแรงจูงใจตลอดเส้นทางการทำงาน

กลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากรบุคคลแบบองค์รวมของเราครอบคลุมตั้งแต่การดึงดูดผู้สมัครงาน ที่มีศักยภาพสูง การต้อนรับพนักงานใหม่เข้าสู่ที่ทำงาน การพัฒนาพนักงาน การประเมินผล การปฏิบัติงาน การรักษาพนักงาน และการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจ ที่จะเป็นหนึ่งในนายจ้างที่ดีที่สุดในอาเซียน ไทยเบฟเชื่อมั่นว่าการได้รับโอกาสเติบโตและก้าวหน้า อย่างเท่าเทียมเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ส่งเสริมให้พนักงานมีความผูกพันกับองค์กรในระยะยาว และสร้างความสำเร็จไปพร้อมกัน
แนวทางการบริหารจัดการ
ไทยเบฟให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและ การเสริมสร้างศักยภาพองค์กร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ PASSION 2030 ไทยเบฟได้จัดตั้งกลุ่มงานทรัพยากรบุคคลและสมรรถนะ องค์กร หรือ “HC&OC” ทำหน้าที่สนับสนุนกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรของเรามีทักษะ ความคล่องตัว และทัศนคติ ที่องค์กรต้องการเพื่อช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทีม HC&OC ส่วนกลางทำงานร่วมกับทีมทรัพยากรบุคคลตาม สายธุรกิจ หรือ “HCBP” ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจ และ ประเทศต่างๆ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย และโครงการพัฒนา ต่างๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีการ จัดตั้งทีม HC&OC ในแต่ละประเทศเพื่อให้เกิดมาตรฐานในการ ให้บริการทางด้านทรัพยากรบุคคล รวมถึงการสร้างประสบการณ์ ที่ดีกับพนักงานตลอดชีวิตการทำงานในองค์กร

แนวทางการบริหารจัดการนี้ช่วยให้ไทยเบฟสามารถพัฒนาและ เตรียมความพร้อมผู้นำทุกระดับ พร้อมทั้งส่งเสริมการหมุนเวียน งานในองค์กร รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง ประเทศ ขณะเดียวกันพนักงานยังได้รับโอกาสเติบโตในสายอาชีพ ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงได้เรียนรู้พัฒนาทักษะเพื่อความก้าวหน้า มากยิ่งขึ้นและอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง ไม่แบ่งแยก และเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต ซึ่งช่วยเพิ่ม ศักยภาพให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการบุคลากร
ไทยเบฟให้ความสำคัญกับการมอบโอกาสไร้ขีดจำกัดให้พนักงาน และมุ่งมั่นในการนำความหลากหลาย ความเสมอภาคและการ มีส่วนร่วมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความ แข็งแกร่งของสมรรถนะองค์กรพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงาน พัฒนาศักยภาพ และมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคต รวมถึงเส้นทางการเติบโตทางอาชีพ โดยพนักงานทุกคนสามารถ เข้าถึงการพัฒนา การหมุนเวียนงาน และโอกาสการเติบโตในองค์กร ได้อย่างเท่าเทียม
ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่แข่งขันได้กับตลาด
ไทยเบฟกำหนดค่าตอบแทน สวัสดิการและผลประโยชน์ที่เป็นธรรม และเท่าเทียมให้แก่พนักงานในทุกประเทศ โดยปฏิบัติตามข้อกำหนด ทางกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับการจัดการ ค่าตอบแทน การบริหารผลการปฏิบัติงาน และการเลื่อนตำแหน่ง ภายในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับโอกาสและ การปฏิบัติที่เป็นธรรมและเสมอภาค ไม่ว่าพนักงานนั้นจะมีเพศ อายุ สัญชาติ พื้นเพ หรือบทบาทหน้าที่ใด ๆ ก็ตาม

ไทยเบฟได้ทำการเปรียบเทียบค่าตอบแทน และสวัสดิการกับตลาด อยู่เสมอ รวมทั้งการประเมินค่างาน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้ และเกิดความยุติธรรม กลยุทธ์ค่าตอบแทนรวม (Total Rewards Strategy) นำมาใช้เป็นกรอบการทำงานในการจัดการค่าตอบแทนเพื่อ

  • ยกย่องความสามารถและผลงานของพนักงาน
  • ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมที่ดีและผลงานที่ดีของพนักงาน
  • ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การมีส่วนร่วม ความพึงพอใจในการทำงาน สมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต
แนวทางดังกล่าวช่วยสนับสนุนเป้าหมาย DEI คือ ความหลากหลาย (Diversity) ความเสมอภาค (Equity) และการมีส่วนร่วมของ พนักงาน (Inclusion) รวมถึงเป็นการเสริมแกร่งวัฒนธรรมองค์กร การประเมินผลการปฏิบัติงานและผลงานพิเศษ นำไปสู่การจ่ายโบนัส พิเศษเพิ่มเติมและช่วยระบุพนักงานที่มีศักยภาพในการเลื่อน ตำแหน่ง ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการรักษาพนักงาน ศักยภาพสูง และการสร้างการเติบของของพนักงานในองค์กร

นอกจากนี้ไทยเบฟยังส่งเสริมการแสดงความขอบคุณด้วย โครงการ “เติมเต็มรอยยิ้มด้วยคำขอบคุณ” (Filling Smiles with Thank You) บนแอปพลิเคชัน BeverestLife ระบบดิจิทัลนี้ช่วยให้ พนักงานสามารถส่งกำลังใจและคำพูดแทนการขอบคุณได้อย่าง รวดเร็ว ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียว การทำงานร่วมกัน และความสำเร็จทางธุรกิจสอดคล้องกับเป้าหมายตามพันธกิจ ขององค์กร
การบริหารผลการดำเนินงานที่โดดเด่น
ไทยเบฟใช้ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบองค์รวม เพื่อประเมิน สร้างแรงจูงใจ และพัฒนาการทำงานของพนักงาน โดยประยุกต์ใช้การบริหารจัดการโดยยึดเป้าหมายในการทำงาน (Management by Objectives: MBO) ด้วยเครื่องมือที่ช่วยประเมิน และติดตามความสำเร็จในงาน กำหนด KPI หรือตัวชี้วัดความสำเร็จ ตามหลักการตั้งเป้าหมาย SMART โดยให้สอดคล้องกับกรอบการ ตั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ (Objective and Key Results: OKR) เพื่อให้มั่นใจว่าการทุ่มเททำงานของพนักงานของแต่ละคนสอดคล้อง กับเป้าหมายขององค์กร นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และความโปร่งใส ไทยเบฟใช้กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงาน 5 ระดับ ประกอบด้วย การประเมินตนเองของพนักงาน การประเมิน โดยหัวหน้างาน การประเมินโดยหัวหน้าของหัวหน้างาน การทบทวน คะแนนโดยระดับฝ่ายงาน (ซึ่งมีประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเป็นประธาน) และการประเมินครั้งสุดท้ายโดยอ้างอิงจากผลงานและผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่วัดได้ ผลการประเมินการปฏิบัติงานได้รับการทบทวนร่วมกัน เพื่อให้การตัดสินใจที่เป็นธรรม ครอบคลุมในทุกมุมมอง โดยยึด จากข้อมูลเป็นหลักสำคัญ

ไทยเบฟระบุพนักงานที่มีผลงานโดดเด่นผ่านการจัดอันดับ เปรียบเทียบประจำปี โดยใช้การให้คะแนนแบบเปรียบเทียบและ เส้นโค้งแบบกระจายคะแนน นอกจากนี้ยังมี “การสนทนาอย่าง ต่อเนื่อง” ช่วยส่งเสริมการพูดคุยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ ผลการปฏิบัติงาน การวางแผน สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสนับสนุนพนักงาน รวมถึงการแก้ไขปัญหา ช่วยให้ทีมทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในสายงานขายและปฏิบัติการ

กรอบการจัดการแบบบูรณาการจะช่วยเชื่อมโยงความมุ่งมั่นของ พนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร โดยการยกย่อง ผลงานที่โดดเด่นด้วยการให้โบนัสและรางวัล ให้ข้อเสนอแนะเชิง สร้างสรรค์และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ และระบุพนักงานที่มี ศักยภาพสูง ทั้งนี้ ด้วยวิธีการที่ครอบคลุมหลายด้านจะสร้างบุคลากร ที่สามารถทำงานร่วมกัน มีความผูกพัน และมีผลงานยอดเยี่ยม สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมความเสมอภาค และผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จ
การประเมินผลการปฏิบัติงานแบบหลายมิติ
ไทยเบฟดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละสองครั้ง ในช่วงกลางปีและสิ้นปี พนักงานทุกระดับจะกำหนดเป้าหมาย และทบทวนความคืบหน้า โดยกระบวนการนี้จะช่วยสร้างความ เชื่อมโยงระหว่างการทำงานของตนเองกับเป้าหมายขององค์กร

ซึ่งการประเมินผลจะใช้ตัวชี้วัด (KPI) แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่:
  • 1. การประเมินผลการปฏิบัติงานแบบกลุ่ม:
    กำหนดเป้าหมาย การทำงานให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของบริษัท
  • 2. การประเมินผลการปฏิบัติงานแบบตัวชี้วัดร่วมของหน่วยธุรกิจ (ด้านการเงิน):
    กำหนดเป้าหมายการปฏิบัติงานภายในหน่วย ธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • 3. การประเมินผลการปฏิบัติงานแบบรายบุคคล:
    กำหนดเป้าหมาย ส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับบทบาทและความรับผิดชอบโดยเน้น ที่ “WOW (Way of Work หรือ วิธีการทำงาน)” ความยั่งยืน และการพัฒนาบุคลากร
นอกจากนี้ ไทยเบฟยังนำค่านิยมหลัก 3C (Collaboration, Creating Value, Caring for Stakeholders) ซึ่งประกอบด้วยการ ร่วมกันผสานพลัง สร้างสรรค์คุณค่า เอาใจใส่ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มาผนวกเข้ากับการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยใช้ตัวชี้วัด พฤติกรรมหลัก (KBIs) เพื่อให้มั่นใจว่าผลตอบแทนที่ได้รับนั้น สะท้อนทั้ง “สิ่งที่ทำสำเร็จ” และ “วิธีการที่ทำให้สำเร็จ”
ข้อเสนอแนะ 360 องศา:
วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบรอบด้านซึ่งรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างาน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการระบุ และพัฒนาบุคลากรศักยภาพสูง (ระดับ 8 ขึ้นไป) การพูดคุยแบบ ตัวต่อตัวกับพนักงาน (1 on 1 Session): ไทยเบฟส่งเสริมวัฒนธรรม การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอระหว่างพนักงานกับผู้บังคับบัญชา โดยเน้นกระบวนการต่อไปนี้:
ข้อเสนอแนะตัวต่อตัว:
ไทยเบฟส่งเสริมวัฒนธรรมการสื่อสาร อย่างสม่ำเสมอระหว่างพนักงานกับผู้บังคับบัญชา โดยเน้นกระบวนการต่อไปนี้:
  • พูดคุยสอบถามอย่างสมำาเสมอ:
    สอบถามความคืบหน้าและแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น
  • ปรับแนวทางการปฏิบัติงาน:
    ชื่อมโยงข้อเสนอแนะเข้ากับ ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) และเป้าหมายขององค์กร
  • มุ่งเน้นการพัฒนา:
    รับการโค้ชและสร้างโอกาสในการก้าวหน้า
  • ยกย่องและสร้างแรงจูงใจ:
    ฉลองความสำเร็จเพื่อสร้าง ความผูกพันกับองค์กร
โครงการพัฒนาผลการปฏิบัติงาน (Performance Improvement Program: PIP) เพื่อสนับสนุนพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงาน ต่ำกว่ามาตรฐาน วัตถุประสงค์หลักของโครงการประกอบด้วย การเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงาน การส่งเสริม ความเป็นธรรมและความสม่ำเสมอในการบริหารจัดการ การสนับสนุนการพัฒนาและการสร้างความผูกพันของพนักงาน ศักยภาพสูง และการปรับผลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับ มาตรฐานและค่านิยมของไทยเบฟ

โครงการพัฒนาผลการปฏิบัติงาน หรือ PIP ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน หลัก คือ วิเคราะห์หาช่องว่างของผลการปฏิบัติงาน (สื่อสารปัญหา อย่างชัดเจนตาม KPI พฤติกรรม หรือช่องว่างด้านสมรรถนะ) แผนการปรับปรุง (กำหนดเป้าหมาย ระยะเวลา และตัวชี้วัด เช่น การอบรมหรือการมีพี่เลี้ยง) การโค้ชและการติดตามผล (ตรวจสอบ ความคืบหน้าเป็นประจำ) และการประเมินผลขั้นสุดท้าย (พิจารณาว่า สำเร็จ ขยายเวลา หรือดำเนินการเพิ่มเติมโดยฝ่าย HR) กระบวนการนี้ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการพัฒนาพนักงาน ยกระดับ ผลการทำงาน และสนับสนุนความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน
การประเมินผลการปฏิบัติงานตามทีม
กลุ่มทรัพยากรบุคคลมีระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานตามทีม เพื่อตอบแทนและให้รางวัลแก่ความสำเร็จร่วมกัน โดยประเมินตาม ผลงานและผลลัพธ์โดยรวม เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันและ ขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร คุณลักษณะสำคัญของระบบนี้ ได้แก่
  • จัดอันดับแบบกราฟระฆัง:
    เพื่อประเมินผลงานของทีมในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์และกลุ่มงานต่าง ๆ เพื่อประเมินผลการทำงานของ ทีม กำหนดการกระจายผลตอบแทน และสนับสนุนการพัฒนา ศักยภาพบุคลากร
  • ระบบรางวัลแบบบูรณาการ (Integrated Reward System):
    พิจารณาทั้งผลงานของบุคคลและหน่วยงานโดยสอดคล้องกับ ความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับ พิจารณาอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับเป้าหมาย
  • จัดระบบโบนัสแบบหลายระดับ:
    จัดสรรรางวัลตามผลงานของ หน่วยงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทีมที่มีผลงานโดดเด่นได้รับการยกย่อง เท่าเทียมกัน
ด้วยการเน้นย้ำถึงความสำเร็จของทีม ไทยเบฟได้เสริมสร้างความ ร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และปลูกฝังวัฒนธรรมที่ให้คุณค่ากับความสำเร็จร่วมกันอย่าง แท้จริง
การสนทนาแบบคล่องตัว
ไทยเบฟสนับสนุนให้มีข้อเสนอแนะแบบทันท่วงทีและสร้างสรรค์ เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงผลการปฏิบัติงานและการเติบโตในสายอาชีพได้ ไทยเบฟใช้แนวทางการสื่อสารแบบสองทาง โดยผู้จัดการสายงาน ให้ข้อเสนอแนะโดยเน้นที่ความสำเร็จและทักษะมากกว่าการวิพากษ์ วิจารณ์ ซึ่งจะนำข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ได้รับมาเข้าที่ประชุมประจำวัน การหารือกลุ่มประจำสัปดาห์ และการประชุมประจำเดือนในแต่ละกลุ่ม ธุรกิจและหน่วยธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการเชื่อมโยงกับเป้าหมาย การพัฒนาของพนักงานแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง
ประเภทการโค้ชเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสายอาชีพ
ไทยเบฟใช้การโค้ชแบบหลายรูปแบบเพื่อสนับสนุนการเติบโตของ พนักงาน
  • 1. การโค้ชแบบตัวต่อตัว:
    ใช้การพูดคุยสอบถามแบบเป็นกันเอง ร่วมกับการประเมินผลแบบทางการ เพื่อประเมินผลงานช่วง กลางปี และสิ้นปี ระบุความต้องการในการพัฒนา และจัดทำแผน พัฒนารายบุคคล (IDP) สำหรับความพร้อมในสายอาชีพ ระยะสั้นและระยะยาว
  • 2. การโค้ชแบบกลุ่ม:
    การประชุมใหญ่ทุก ๆ ไตรมาสเพื่ออัปเดต ผลงานทางธุรกิจ กระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานเป็นทีม ผลักดัน ผลลัพธ์ไปสู่ KPI การประชุมนี้ยังตอกย้ำเรื่องเส้นทางการเติบโต ทางสายอาชีพของพนักงาน รวมทั้งโอกาสในการพัฒนาทักษะ ต่าง ๆ ในกลุ่มงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานขาย งานการตลาด งานปฏิบัติการ รวมถึงงานซัพพลายเชน
  • 3. การโค้ชแบบทีม:
    เน้นที่การสร้างทีมและปรับพฤติกรรมให้ สอดคล้องกับค่านิยมของไทยเบฟ แนวทางนี้ส่งเสริมการ ทำงานร่วมกันและทักษะการสื่อสารกับผู้อื่น เพื่อสร้างพื้นฐาน การเป็นผู้นำในอนาคตโดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการ
  • 4. คลินิกให้คำปรึกษาด้านอาชีพ:
    ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษา เฉพาะบุคคล เพื่อช่วยพนักงานวางแผนพัฒนาสายอาชีพ ซึ่งนำไปใช้กับการย้ายตำแหน่งภายในองค์กร เช่น การสรรหา บุคลากรภายในองค์กรเพื่อบรรจุในตำแหน่งที่ว่าง เพื่อให้ได้ บุคลากรที่มีศักยภาพตรงกับเป้าหมายการพัฒนาองค์กร
การสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพและการดูแลบุคลากรใหม่
ทีมสรรหาบุคลากรใช้กลยุทธ์ที่เน้นสามประเด็นหลักเพื่อความก้าวหน้าทางธุรกิจ:
  • 1. การปรับปรุงกระบวนการสรรหา:
    ไทยเบฟพัฒนากระบวนการ สรรหาบุคลากรใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยสร้างฐานข้อมูลผู้สมัคร แบบรวมศูนย์ และแชร์ข้อมูลผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตาม ความต้องการให้กับทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์/หน่วยธุรกิจ นอกจากนี้ เรายังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยคัดกรองและจับคู่ประวัติผู้สมัคร เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความสม่ำเสมอในการประเมิน สร้างคุณภาพการจ้างงาน และลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน แนวทางนี้ช่วยให้สรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและสอดคล้อง กับความต้องการกำลังคนได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • 2. ความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา:
    จากการผสานความร่วมมือ กับมหาวิทยาลัย อาจารย์ และนักศึกษาในประเทศไทยและ ภูมิภาคอาเซียน เราสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจในคุณค่า ของไทยเบฟ จากความร่วมมือดังกล่าวช่วยสร้างกลุ่มผู้สมัครที่ มีศักยภาพสูง ทำให้มั่นใจได้ว่าพนักงานในอนาคตมีความพร้อม ในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวและเป็นผู้นำ องค์กรที่แข็งแกร่ง
  • 3. ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม:
    ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะส่งเสริม กลุ่มบุคลากรที่มีความหลากหลายและสร้างการมีส่วนร่วมซึ่งสะท้อน ถึงการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนเพื่อขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรม และนำความคิดที่หลากหลายมาสู่องค์กร ริเริ่มแนวคิดสร้างสรรค์ พัฒนากระบวนการตัดสินใจ เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรใน ฐานะนายจ้าง และช่วยให้ไทยเบฟมีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในตลาดท้องถิ่นและภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรมการดูแลบุคลากรใหม่
โปรแกรมการดูแลบุคลากรใหม่ 120 วัน ออกแบบมาเพื่อให้บุคลากรใหม่ เข้าใจการดำเนินงานทางธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และเป้าหมายด้าน ความยั่งยืนของไทยเบฟ โดยสร้างพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับบทบาทหน้าที่ ในการทำงาน ความคาดหวังในภาวะผู้นำ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทำให้บุคลากรใหม่สามารถพัฒนาศักยภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่ ไทยเบฟยังจัดให้มีการให้คำปรึกษา การจับคู่พี่เลี้ยง และการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมและมั่นใจว่าเข้าใจมาตรฐาน การปฺบัติงานในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์/หน่วยธุรกิจ ด้วยการปรับแนวคิด ให้บุคลากรสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของไทยเบฟตั้งแต่วันแรก เป็นการช่วยย้ำจุดยืนของไทยเบฟในฐานะองค์กรในฝันที่คนอยาก ทำงานด้วย และสร้างบุคลากรที่พร้อมขับเคลื่อนโครงการเพื่อ ความยั่งยืนของไทยเบฟต่อไป
ระบบดิจิทัลของกลุ่มทรัพยากรบุคคล
ตั้งแต่ปี 2565 ไทยเบฟได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Beverest แทนการ ใช้ระบบเดิม SAP SuccessFactors ซึ่งครอบคลุมการสมัครงาน ภายใน ฐานข้อมูลพนักงาน ระบบติดตามผลการปฏิบัติงานของ พนักงาน การพัฒนาสายอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพของ พนักงาน ไทยเบฟยังคงพัฒนาแอปพลิเคชันให้ทันสมัยอย่าง ต่อเนื่องโดยเพิ่มระบบการใช้งาน AI ระบบคำสั่งอัตโนมัติ และระบบ ที่รองรับผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ การใช้งาน เกิดความโปร่งใส และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงาน ทั่วทั้งองค์กร โครงการพัฒนาระบบดิจิทัลที่สำคัญ ได้แก่:

  • 1. ระบบสรรหาบุคลากรออนไลน์ด้วย AI สำหรับคัดกรองและจับคู่ ผู้สมัคร:
    การใช้ระบบ AI ในการคัดกรองและจับคู่ผู้สมัครช่วย ปรับกระบวนการคัดกรองและการประเมินให้เร็วขึ้น และขยาย ฐานข้อมูลที่รองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้นเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ ข้อมูลบุคลากรเชิงลึกมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 2. การประเมินแบบ 360 องศา:
    ระบบดิจิทัลช่วยสร้างความโปร่งใส สนับสนุนการปรับเทียบผลการประเมินพนักงานศักยภาพสูง และทำให้เกิดการพัฒนาพนักงานโดยใช้ข้อมูล สู่การทำเส้นทาง การเรียนรู้ส่วนบุคคล
  • 3. ระบบเบิกค่าเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์:
    การเปิดใช้ระบบเบิก ค่าเดินทางแบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับฝ่ายการเงินและระบบ SAP ช่วยลดเวลาและขั้นตอนการดำเนินการ เพิ่มความโปร่งใส ทางการเงิน และสร้างประสบการณ์ทำงานที่ราบรื่นขึ้นให้กับ พนักงาน
  • 4. ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน:
    ปรับระบบทุนการศึกษามาเป็น ดิจิทัลช่วยลดงานเอกสาร ทำให้กระบวนการอนุมัติเร็วขึ้น และ เพิ่มความเท่าเทียมและทุกคนเข้าถึงระบบได้ง่าย แสดงถึงจุดยืน ของเราในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวของ พนักงาน
  • 5. ระบบบันทึกเวลาทำงาน:
    การพัฒนาระบบบันทึกเวลาอัตโนมัติ ช่วยส่งเสริมนโยบายการบริหารจัดการที่ดี โดยระบบจะทำการ บันทึกเวลาอัตโนมัติ มีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ และช่วย ลดข้อผิดพลาดของการคำนวณชั่วโมงทำงานในการจ่าย เงินเดือน ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือจัดตารางเวลางาน อัจฉริยะและสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร
การพัฒนาบุคลากรแบบองค์รวม
การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้น ๆ ของ ไทยเบฟ ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมายของเราในการเป็นผู้นำธุรกิจ เครื่องดื่ม และอาหารที่มั่นคง และยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและความก้าวหน้าของพนักงาน เราได้นำกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรแบบองค์รวม (Holistic People Development : HPD) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับ พนักงานในการทำงานบทบาทปัจจุบันและอนาคต

ไทยเบฟใช้เครื่องมือแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan : IDP) ที่ช่วยให้พนักงานสามารถออกแบบ แผนพัฒนาที่ตอบโจทย์เป้าหมายของตนเอง และองค์กร เพื่อให้ กระบวนการนี้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เราได้เปิดตัว My Career ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้คำแนะนำพนักงานตลอด กระบวนการพัฒนาอาชีพที่ครอบคลุม รวมถึงการสำรวจอาชีพการ ประเมินสมรรถนะ การวางแผนและดำเนินการ IDP และการเติบโต เพื่อขยายโอกาสในการเรียนรู้เราได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลระดับโลก เพื่อให้พนักงานสามารถ เข้าถึงความเชี่ยวชาญระดับสูงได้ ซึ่งจะช่วยให้พนักงานสามารถ เรียนรู้ด้วยตนเองได้ นอกจากนี้เรายังสนับสนุนให้พนักงาน รวมการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานและการเรียนรู้จากประสบการณ์ ไว้ในแผน IDP ของตัวเอง

ความสำเร็จของกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรแบบองค์รวมขึ้นอยู่กับ บทบาทสำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ประกอบด้วยหัวหน้างาน ทีม HC ที่ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่อง มือต่าง ๆ ในการให้การสนับสนุนและผลักดันให้พนักงานเติบโตใน องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพของกลุ่มบริษัทไทยเบฟ
ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความเป็นผู้นำ ภายในองค์กรขึ้น โดยใช้ Triad Structure Model หรือโมเดล 3 ส่วนสำคัญ (กลุ่มผลิตภัณฑ์/หน่วยธุรกิจ ประเทศ/ตลาด และส่วนกลาง) เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งสำคัญและวางแผนสืบทอด ตำแหน่งอย่างเป็นระบบ โดยเราเน้นที่การระบุและบ่มเพาะบุคลากร ที่มีศักยภาพสูงซึ่งสามารถรับบทบาทสำคัญ
แผนการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่ง (ความต้องการทางธุรกิจ)
เราวิเคราะห์ความต้องการในการสืบทอดตำแหน่งเชิงรุกโดย พิจารณาจากตำแหน่งสำคัญที่มีความเสี่ยง/ผลกระทบของการ สูญเสียในระดับสูงแล้วนำมาเทียบกับความต้องการทางธุรกิจ ตำแหน่งงานถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทตามความเสี่ยง คือ ตำแหน่งว่าง การจ้างงานต่อ (อายุเกิน 60 ปี) และใกล้เกษียณ (อายุ 58–60 ปี) เราทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดในตำแหน่ง Chief (PG) ลงไปจนถึงระดับ PG-1 เพื่อระบุตำแหน่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วน เป็นการเร่งพัฒนาบุคลากรเพื่อลดช่องว่างความสามารถของ พนักงานที่เราต้องการ ในปี 2568 เราได้สรรหาผู้สืบทอดตำแหน่ง ในตำแหน่งผู้บริหารระดับหัวหน้ากลุ่มงาน (Chief Positions) จำนวน 6 ตำแหน่ง ได้สำเร็จ

ในกระบวนการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่ง เราระบุและพัฒนาบุคลากร ที่พร้อมจะรับตำแหน่งผู้นำภายในองค์กร โดยพิจารณาจากความ สามารถ (Capability), ศักยภาพ (Capacity), และคุณลักษณะ (Character) ผู้สมัครจะเข้ารับการประเมินด้วยโมเดล WAR (Willing, Able, Ready) เพื่อตรวจสอบสถานะความพร้อม ซึ่งเป็น แนวทางในการวางแผนพัฒนาให้ก้าวไปสู่บทบาทสำคัญ
กลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถ (ความต้องการของบริษัท)
เราประเมินและระบุบุคลากรที่มีศักยภาพสูงโดยใช้ 9-Box Matrix หรือ ตาราง 9 ช่อง เพื่อพัฒนาผู้นำในอนาคตให้สอดคล้องตาม วิสัยทัศน์ PASSION 2030 การพูดคุยเชิงรุกช่วยกำหนดเส้นทาง ความก้าวหน้าในสายงานของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับความสามารถ และสิ่งที่ต้องการพัฒนา ซึ่งมีกลุ่มบุคลากรสำคัญดังนี้:

  • พนักงานศักยภาพสูงระดับนานาชาติ: ผู้นำระดับโลกที่สามารถ โยกย้ายประเทศในการทำงานได้และมีทัศนคติตามที่องค์กร กำหนด
  • พนักงานศักยภาพสูงในประเทศไทย/ตามประเทศต่าง ๆ: ผู้นำที่สามารถเติบโตในประเทศ/ตลาดเฉพาะ
  • พนักงานศักยภาพสูงรุ่นใหม่ของสายงานต่าง ๆ: บุคลากร รุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญ และทำงานในตำแหน่งสำคัญ ในสายงานต่าง ๆ เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายไอที เป็นต้น
แผนสรรหาบุคลากรกลุ่มผู้นำ
เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านบุคลากรของเรา เราดำเนินการ สรรหากลุ่มผู้นำตั้งแต่ “บุคลากรรุ่นใหม่” ไปจนถึง “ผู้สืบทอด ตำแหน่ง” ซึ่งรวมถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การระบุบุคลากร มีศักยภาพสูง การพัฒนาที่ตรงเป้าหมาย และกลยุทธ์การรักษา บุคลากรไว้ โดยการส่งเสริมบุคลากรภายในผ่านแผนพัฒนาอาชีพ ระยะยาวที่เน้นการพัฒนาเชิงประสบการณ์ เราสนับสนุนการเติบโต ในอาชีพการงานและเสริมสร้างความสามารถขององค์กรในการ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
การโยกย้ายสายงาน (Career Mobility)
ด้วยพันธกิจในการเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารที่มั่นคงและ ยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน ไทยเบฟยังคงขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาค อาเซียนและตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทาง อาชีพที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับพนักงาน เรามั่นใจว่าพนักงานทุกคน สามารถเข้าถึงโอกาสในการย้ายตำแหน่งหรือเปลี่ยนสายงานได้ อย่างเท่าเทียม พนักงานทุกคนสามารถก้าวไปในเส้นทางอาชีพที่ ส่งเสริมศักยภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตัวเอง โดยไม่มีข้อจำกัด เราให้ความสำคัญกับเส้นทางการเติบโตที่ เปิดกว้างซึ่งรวมถึงความก้าวหน้าในสายงานเฉพาะ การหมุนเวียน งานข้ามสายงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และการได้รับมอบหมาย งานในต่างประเทศที่ช่วยสร้างประสบการณ์ระดับสากลและความ เข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม โอกาสต่าง ๆ นี้ช่วยสร้าง บุคลากรที่มีความพร้อมสำหรับอนาคตและมีความสามารถรอบด้าน ขณะเดียวกันยังเสริมสร้างบุคลากรกลุ่มผู้นำ พัฒนาขีดความ สามารถระดับภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ของไทยเบฟ
เป้าหมาย

คะแนนความผูกพันของพนักงาน
เป้าหมาย ในปี 2573
90%

ชั่วโมงฝึกอบรม
ชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ย
25 ชั่วโมง
ต่อคนต่อปี
หมายเหตุ: ไม่รวมการดำเนินงานภายใต้ F&N
โครงการสำคัญ

โครงการนักศึกษาฝึกงานประจำปี 2568

โครงการนักศึกษาฝึกงานช้างจูเนียร์ และโครงการนักศึกษาฝึกงาน อาเซียน เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน ได้สำรวจกลุ่มสายงานต่าง ๆ ภายในบริษัท ตลอดระยะเวลา 2 เดือน นักศึกษาฝึกงานจะได้รับประสบการณ์ทำงานจริง และมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ อาทิ งานความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ วิศวกรรม การเงิน ทรัพยากรบุคคล ไอที กฎหมาย การตลาด การวิจัยและพัฒนา การขาย และห่วงโซ่อุปทาน จุดเด่นสำคัญของโครงการ ได้แก่ การให้คำปรึกษา โอกาส ในการสร้างเครือข่าย และการเปิดประสบการณ์ในแผนกต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้นักศึกษาฝึกงานได้สำรวจเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย และพัฒนาทักษะที่มีค่า ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะปลูกฝังผู้นำรุ่นใหม่ และในปีนี้ นักศึกษาฝึกงานทุกคนได้แสดงความสนใจที่จะเข้า ร่วมงานกับบริษัทหลังจากสำเร็จการศึกษา และเราได้รับอัตรา ความพึงพอใจถึงร้อยละ 95

โครงการ ThaiBev Transformation
ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะเป็นสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในอาเซียน ด้วยการ สร้าง “โอกาสไร้ขีดจำกัด” ให้แก่พนักงานทุกคน เพื่อสนับสนุน วิสัยทัศน์ PASSION 2030 องค์กรได้บูรณาการการพัฒนาความ สามารถของบุคลากรเข้ากับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลง ทั่วทั้งกลุ่ม ผ่านโครงการ ThaiBev Transformation Development Program

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อคัดเลือกและเร่งพัฒนาบุคลากร ที่มีศักยภาพสูง โดยเปิดโอกาสให้เป็นผู้นำการดำเนินโครงการ เปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบสูง ครอบคลุมหลายสายงานทั่วทั้ง องค์กร ผู้เข้าร่วมจะได้ขับเคลื่อนโครงการเชิงกลยุทธ์ พร้อมรับ ประสบการณ์จริงในการแก้ปัญหา พัฒนานวัตกรรม และบริหาร การเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังได้รับการโค้ชและคำปรึกษาโดยตรง จากผู้บริหารระดับสูง

ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2563 โครงการมีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 567 คน ทั่วภูมิภาคอาเซียน และส่งมอบโครงการ Transformation สำเร็จ แล้ว 408 โครงการ แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของโครงการ ในการพัฒนาผู้นำที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง เสริมสร้างความ ร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และช่วยรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง เพื่อสร้างผู้นำทุกระดับที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ในระยะยาว

โครงการพัฒนาบุคลากรของไทยเบฟ
โครงการพัฒนาบุคลากรของไทยเบฟมุ่งเสริมสร้างและบ่มเพาะ ผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง โดยเน้นพัฒนาทัศนคติ ความรู้ และทักษะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนผลลัพธ์ในระยะยาวท่ามกลางโลก ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านการเรียนรู้เชิงลึก ประสบการณ์ ทำงานจริง และการทำงานร่วมกันเป็นทีม ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เปิด มุมมองทางธุรกิจให้กว้างขึ้น และพัฒนาสมรรถนะด้านความเป็น ผู้นำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉลี่ย ร้อยละ 40 ของผู้เข้าร่วมได้รับ การเลื่อนตำแหน่งภายในระยะเวลาเพียง 1.3 ปี
โครงการพัฒนาผู้บริหารระดับอาเซียน (ASEAN Management Development Program: AMD): ศิษย์เก่า 163 คน จาก 5 รุ่น
โครงการ AMD พัฒนาร่วมกับ C asean เพื่อยกระดับศักยภาพ ของผู้บริหารในภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมผู้เข้าร่วมจากประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา และกัมพูชา ผู้เข้าร่วมจะได้ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรม การพัฒนากลยุทธ์เชิงลึก และการทำความเข้าใจตลาดในภูมิภาคอย่างรอบด้าน

สำหรับปี 2568 โครงการ AMD#5 มีผู้เข้าร่วม 24 คน โดยมุ่งเน้น การขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของประเทศมาเลเซีย ผ่านกลยุทธ์ด้านการดำเนินงานและการตลาดเชิงนวัตกรรม เพื่อ เสริมขีดความสามารถในการเติบโตระยะยาว และสร้างคุณค่าร่วม อย่างยั่งยืนให้แก่ภูมิภาคอาเซียน
โครงการพัฒนาพนักงานระดับหัวหน้างาน (Supervisory Development Program: SDP): ศิษย์เก่า 516 คน จาก 13 รุ่น
ไทยเบฟร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พัฒนาโครงการ SDP เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านธุรกิจในเชิงลึก ผ่านการ ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้บริหารและการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ในปี 2568 โครงการ SDP#13 มีผู้เข้าร่วม 36 คน โดยได้รับมอบหมาย ให้พัฒนาโครงการเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุน และพัฒนา กระบวนการทำงาน เช่น การบริหารจัดการของเสีย และการเพิ่ม ประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทาน กระบวนการดังกล่าวช่วยกระตุ้นความ คิดสร้างสรรค์และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่องค์กรในระยะยาว
โครงการพัฒนาความสามารถพิเศษพนักงานรุ่นใหม่ (Young Talent Development Program): ศิษย์เก่า 159 คน จาก 5 รุ่น
ไทยเบฟมุ่งพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ผ่านโครงการที่เน้นด้านการเสริม ทักษะความเป็นผู้นำ การจัดการ และทักษะการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้ ทำงานในโครงการธุรกิจจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรภายใน องค์กร เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง โดยแสดง ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

เสริมสมรรถนะบุคลากรเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ภายใต้วิสัยทัศน์ PASSION 2030 ไทยเบฟให้ความสำคัญกับการ พัฒนาบุคลากรในฐานะปัจจัยหลักที่เสริมสร้างขีดความสามารถใน การแข่งขันในระยะยาว องค์กรจึงดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพ พนักงานผ่านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ (Action-Based Learning: ABL) เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรสู่ยุคดิจิทัล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมควบคู่กันไป

จากการประเมินทักษะดิจิทัลของพนักงานจำนวน 34,252 คน พบว่า ร้อยละ 58 มีทักษะในระดับพื้นฐาน ร้อยละ 41 อยู่ในระดับปานกลาง และร้อยละ 1 อยู่ในระดับสูง เพื่อรองรับผลการประเมินดังกล่าว ไทยเบฟจึงได้พัฒนากรอบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ซึ่งประกอบด้วยการเรียนรู้แบบผู้สอนนำ การเรียนรู้ด้วย ตนเอง และการเรียนรู้จากประสบการณ์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา ในประเด็นสำคัญ เช่น การสื่อสารดิจิทัล ความตระหนักด้านความ ปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนหลักสูตรเฉพาะด้าน AI อาทิ Generative AI Essentials

เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ องค์กรได้ ประกาศใช้นโยบายด้าน AI ที่ยึดหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความปลอดภัยของข้อมูล โดยกำหนดให้การประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการธุรกิจเป็นไปตามหลักจริยธรรมควบคู่กับการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงาน

ในรอบปีการรายงานนี้ มีพนักงานจำนวน 12,662 คนเข้าร่วมการ อบรม รวมชั่วโมงการเรียนรู้ทั้งสิ้น 34,778 ชั่วโมง นอกจากการเพิ่ม ทักษะด้านดิจิทัลแล้ว ไทยเบฟยังได้ขับเคลื่อนโครงการเปลี่ยนแปลง ฝ่ายงานขาย โดยประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงลึกและการบริหารพื้นที่ขาย แบบบูรณาการ พร้อมได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากผู้บริหาร ระดับสูงผ่านการเป็นที่ปรึกษา เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ ร่วมกันและความสอดคล้องในทิศทางเชิงกลยุทธ์ทั่วทั้งองค์กร

การประชุมกลุ่มไทยเบฟ
การประชุมกลุ่มไทยเบฟเป็นงานประชุมประจำปีที่รวบรวมพนักงาน ระดับผู้บริหารกว่า 400 คนจากทั่วโลกมาประชุมในประเทศไทย โดยมี วัตถุประสงค์ในการตอกย้ำวิสัยทัศน์ PASSION 2030 และกลยุทธ์ 5 ปี ในการเติบโต ส่งเสริมการทำงานร่วมมือกันระหว่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Groups) ตลาด/ประเทศ (Markets) และทีมส่วนกลาง (Central Team) ภายใต้บรรยากาศแห่งการมีส่วนร่วมและความ เคารพซึ่งกันและกัน การประชุมยังเป็นโอกาสสำคัญในการเฉลิมฉลอง ความสำเร็จขององค์กร และเน้นย้ำค่านิยมขององค์กร 3C (ร่วมกัน ผสานพลัง สร้างสรรค์คุณค่า เอาใจใส่ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย)

ควบคู่กันนี้ ไทยเบฟได้ร่วมจัดงาน Sustainability Expo เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อสาธารณะ ประสบการณ์เชิงลึกที่นำเสนอในงานช่วยเสริมสร้างความเข้าใจของ ผู้บริหารเกี่ยวกับประเด็นด้านความยั่งยืน และส่งเสริมให้บูรณาการ แนวปฏิบัติที่รับผิดชอบเข้าสู่การตัดสินใจทางธุรกิจ การจัดงาน ทั้งสองรูปแบบควบคู่กันสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟที่จะ เติบโตอย่างยั่งยืน และการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมในระยะยาว
ความสำเร็จ

คะแนนความผูกพันของพนักงาน
ไทยเบฟมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมแรงจูงใจ และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยรับฟังความคิดเห็นของ พนักงานจากทุกหน่วยงานผ่านแบบสำรวจความผูกพันของ พนักงานซึ่งจัดประจำปี โดยในปี 2568 คะแนนความผูกพันของ พนักงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 86 เป็นร้อยละ 87 สะท้อนให้เห็นถึง ความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของทั้งกลุ่มบริษัท โดยมีพัฒนาการ เด่นในด้านความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) การมีอิสระในการทำงาน ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (Diversity & Inclusion) และ มิติความมุ่งมั่นในการทำงาน (Striving) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพนักงาน รู้สึกมีพลังในการรับผิดชอบงานของตนเอง และเปิดรับความ หลากหลายในการทำงาน

ข้อมูลเชิงลึกจากแบบสำรวจได้นำไปสู่การออกแบบการดูแล พนักงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การเสริมสร้างโปรแกรมด้าน ความเป็นอยู่ที่ดี การพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร และการส่งเสริม วัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้างและมีส่วนร่วม ไทยเบฟยังคง มุ่งมั่นใช้เสียงของพนักงานเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสถานที่ทำงานที่ทุกคนสามารถเติบโต และประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มศักยภาพ
87%

บรรลุเป้าหมายคะแนน ความผูกพันของ พนักงาน

ชั่วโมงฝึกอบรม
ความทุ่มเทของไทยเบฟในการพัฒนาพนักงานสะท้อนผ่านจำนวน ชั่วโมงการฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 2,122,940 ชั่วโมง โดยพนักงานแต่ละคน ได้รับการฝึกอบรมเฉลี่ย 37.95 ชั่วโมงต่อปี ไทยเบฟอยู่ระหว่างการ ทบทวนเป้าหมายด้านการพัฒนา โดยครอบคลุมกลุ่ม F&N เพื่อให้ มั่นใจว่าสามารถบรรลุพันธกิจด้านความยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของเรายังได้รับการยอมรับด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ได้แก่:
  • WorkVenture:
    Top 50 Companies in Thailand (2025): ไทยเบฟติดอันดับ 10 องค์กรที่คนไทยอยากร่วมงานมากที่สุด เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ในการเสริมสร้างศักยภาพพนักงาน ภายใต้แนวคิด “โอกาส ไร้ขีดจำกัด”
  • รางวัล TMA: Leadership Excellence Award 2025 – Distinguished: รางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นผู้นำ ที่มีวิสัยทัศน์ของไทยเบฟ และการให้ความสำคัญต่อการพัฒนา บุคลากร สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและ แนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ก้าวสู่อนาคต

สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการเป็น “ผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารที่มั่นคง และยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน” ไทยเบฟเดินหน้าขับเคลื่อน PASSION 2030 อย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยอาศัยสองเสาหลักสำคัญ ได้แก่ “การเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ” และ “ดิจิทัลเพื่อ ขับเคลื่อนการเติบโต” เพื่อผลักดันการเติบโตเชิงเปลี่ยนแปลง พร้อมเสริมสร้างองค์กรให้คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และมีบุคลากรที่ พร้อมรับความท้าทายในอนาคต ผ่านการยกระดับขีดความสามารถหลักสำหรับรูปแบบธุรกิจใหม่และความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน

ภารกิจสำคัญประการหนึ่งคือการพัฒนาระบบนิเวศด้านบุคลากรให้แข็งแกร่ง โดยใช้การสรรหาเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อยกระดับ ประสบการณ์ของผู้สมัครอย่างรอบด้าน และดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและหลากหลาย ซึ่งช่วยเสริมกลุ่มพนักงานศักยภาพสูงระดับ นานาชาติ (International Talent Pool) และสร้างสายผู้นำระดับภูมิภาคให้พร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต

ในแง่ของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ไทยเบฟเร่งผลักดันสู่การยกระดับการพัฒนาบุคลากรแบบองค์รวม ที่มุ่งเน้นการเติบโตใน อาชีพที่ชัดเจน เท่าเทียม และเข้าถึงได้สำหรับพนักงานทุกคน หัวหน้างาน และทีมทรัพยากรบุคคลได้รับการสนับสนุนให้มีบทบาทเป็น ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทักษะพนักงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการผสานเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยออกแบบแผนการเรียนรู้ การเสริมทักษะ และการเปิดโอกาสเคลื่อนย้ายภายในองค์กรให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล โครงการพัฒนาในปีนี้ ยังให้ความสำคัญกับทักษะด้านดิจิทัลและทักษะอนาคต เพื่อปิดช่องว่างความสามารถที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว

การยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านทรัพยากรบุคคลถือเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทั้งกลุ่มธุรกิจ ผ่าน การพัฒนาโซลูชันดิจิทัลที่ช่วยเสริมความร่วมมือข้ามตลาด เพิ่มประสิทธิภาพบริการพนักงาน และนำข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์เพื่อ วางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์และสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรแบบเฉพาะบุคคล

ไทยเบฟยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” โดยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ครอบคลุม หลากหลาย และสนับสนุนสุขภาวะองค์รวม เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพและมีส่วนร่วมอย่างมั่นใจในการขับเคลื่อน การเติบโตอย่างยั่งยืน องค์กรจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างบุคลากรที่มีความพร้อม แข็งแกร่ง และมีส่วนร่วม รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ในอนาคต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การสร้างโอกาสไร้ขีดจำกัด
ในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2568