การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟ 2568
หน้าแรก / การสร้างคุณค่าให้แก่สังคม
การพัฒนาด้านการศึกษา
ไทยเบฟให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุดมศึกษา ตลอดถึงการเรียนรู้ ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพพร้อมเป็น กำลังสำคัญให้ประเทศชาติ โดยในปี 2568 ได้สนับสนุนโครงการเพื่อการศึกษา หลายรูปแบบ ทั้งการเสริมสร้างทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ การเป็นคนดี และทักษะ การทำมาค้าขาย รวมถึงการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้อย่างยั่งยืน ทั้งในและนอกห้องเรียน ด้วยมุ่งหวังให้เป็นรากฐานให้ทุกคนนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาตนเอง สามารถปรับตัวและก้าวทันสถานการณ์โลกในยุคที่มีการ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมถึงพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป
โครงการสำคัญ

โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School)
ไทยเบฟร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาเข้าสู่ปีที่ 9 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และการเป็นคนดี ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการสร้าง ภูมิคุ้มกันให้นักเรียนรุ่นใหม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงได้ สามารถดูแลตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมเติบโตเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนพัฒนา ชุมชนและประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของไทยเบฟร่วมมือ อย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน ในการพัฒนาความรู้ความสามารถของโรงเรียนด้วยการ เชื่อมโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาและจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้นและตอบโจทย์ ความต้องการของสังคมในปัจจุบัน รวมทั้งดึงศักยภาพ องค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญของเครือข่ายต่าง ๆ มาร่วมกันมอบโอกาสและ สร้างโอกาสให้กับนักเรียนกว่า 15,000 คน คุณครูกว่า 1,500 คน จากโรงเรียน 71 แห่ง

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงเครือข่ายสถาบันการศึกษา จัดกิจกรรม “พี่สอนน้อง” ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนกิจกรรมเป็นกิจการ” เพื่อยกระดับทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ด้วยการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) และการจัดการความรู้ (Knowledge Management) จากการ “ลงมือทำจริง สะท้อน ปรับปรุง ต่อยอด” โดยมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับโรงเรียนและภาคีเอกชน เพื่อเพิ่ม โอกาสเข้าถึงทรัพยากร ความรู้ และนำไปสู่การเกิดตลาดที่ยั่งยืน

ครูพสุญาณีย์ เทศทอง
โรงเรียนสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
“ตั้งแต่ได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพให้นักเรียนหลายด้าน เช่น การทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้ (Eco Printing) ซึ่งเป็น อีกกิจกรรมที่นักเรียนสนใจเป็นอย่างมาก

รู้สึกยินดีและขอบคุณ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ให้การสนับสนุน นำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้ เพิ่มพูน ทักษะให้นักเรียนมีอาชีพติดตัว สามารถสร้างรายได้ให้ตนเอง จากการรวมกลุ่มของนักเรียนทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้ เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่นของโรงเรียน ทั้งยังสามารถ ถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชนเพื่อสร้างอาชีพให้กับตนเอง อีกด้วย”

โครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (Connext ED)
ไทยเบฟสนับสนุนโครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัย 28 แห่ง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการเป็นผู้ประกอบการ การทำธุรกิจ การปลูกฝังวินัยทางการเงินขั้นพื้นฐาน จุดประกาย การทำธุรกิจผ่านโครงการทำมาค้าขายตามบริบทของโรงเรียน กระตุ้นให้เกิดการสังเกต วิเคราะห์ ตรวจสอบปัญหาว่าธุรกิจนั้น สร้างกำไรหรือขาดทุน โดยมุ่งหวังให้นำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ ในชีวิตประจำวันตามแนวคิด “การสร้างประสบการณ์ตรง ลงมือทำจริง” จากเงินทุนของโครงการ โดยโครงการได้สร้าง ประโยชน์ให้กับนักเรียน 21,000 คน คุณครู 2,500 คน โรงเรียน 294 แห่ง ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์กว่า 200 ชนิด สร้างรายได้เฉลี่ย ณ ปัจจุบัน 10,066 บาท

นอกจากนี้ โครงการยังมีพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน ผ่านเวทีการประกวดในรายการโทรทัศน์ Win Win WAR OTOP Junior ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เด็กกล้าแสดงออก แต่ยังเป็นการ พัฒนาทักษะการนำเสนอและความรู้ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข
ไทยเบฟ ร่วมกับ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการส่งความรู้ สร้างความสุขอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับ การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผนึกกำลังเพื่อร่วมผลักดันและส่งเสริมให้เด็กไทยทั่วประเทศ เห็นความสำคัญและมีนิสัยรักการอ่าน อีกทั้งยังพัฒนาห้องสมุด ของโรงเรียนให้มีชีวิต เนื่องจากการอ่านถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น ของการพัฒนาการเรียนรู้ของเยาวชน และเป็นรากฐานสำคัญ ของการเสริมสร้างและพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถของ เยาวชนในการดำรงชีวิต โดยจัดให้มีกิจกรรมการอ่าน วันละ 15 นาที ก่อตั้งชมรมรักการอ่าน การลงบันทึกรักการอ่านอย่างสม่ำเสมอ ต่อยอดกิจกรรม “อ่านดัง ฟังเพลิน”

โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี 2561 มีโรงเรียนทั่วประเทศเข้าร่วม 261 แห่ง หนังสือเข้าถึง นักเรียนกว่า 285,000 เล่ม มีนักเรียนที่เข้าชมรมรักการอ่านกว่า 28,000 คน โดยนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนวิชาภาษาไทยอยู่ในระดับดี

โครงการครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ด้วยพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระราชประสงค์ในอันที่จะเชิดชูเกียรติ เป็นขวัญกำลังใจ ให้ครูผู้เสียสละที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร เสี่ยงภัย อันตราย ปฏิบัติหน้าที่ “ครูที่เป็นมากกว่าครู” และให้การสนับสนุน โครงการที่เกิดประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้ทางด้านทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทั้งของนักเรียนและชุมชนรอบโรงเรียน เพื่อเป็น ตัวอย่างที่ดีต่อสังคมต่อไป สำหรับครูจาก 3 หน่วยงาน อันได้แก่ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกรมส่งเสริม การเรียนรู้ (สกร.)

ซึ่งปฏิบัติงานในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่เสี่ยงภัย 2 พื้นที่ ได้แก่
  • ภาคเหนือ:
    พื้นที่ทุรกันดารติดชายแดนไทย-เมียนมา, ไทย-ลาว และพื้นที่ติดชายแดนของจังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และ ประจวบคิรีขันธ์
  • ภาคใต้:
    เขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงบางพื้นที่ในจังหวัดสงขลา
โดยมูลนิธิโครงการพระเมตตาสมเด็จย่าฯ ภายใต้การทำงาน ของคณะกรรมการครูเจ้าฟ้าฯ ได้คัดเลือกบุคลากรครูที่มีคุณสมบัติ ตามแนวทางการสนับสนุนจากทั้ง 3 หน่วยงาน หน่วยงานละ 3 ท่าน รวมเป็น 9 ท่าน ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคลากรครูผู้เป็นแบบอย่างที่ดี ด้านคุณธรรมจริยธรรม มุ่งมั่นสร้างเยาวชนและชุมชนให้มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาประเทศชาติไปพร้อม ๆ กับการอนุรักษ์และดำรงชีวิต ตามแนววิถีชุมชนที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ ด้วยการ สร้างการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพ อาทิ งานด้านเกษตรกรรม งานด้านปศุสัตว์ งานด้านคหกรรม งานด้านวิชาการ เพื่อการเลี้ยง ตนเองได้อย่างยั่งยืน ไทยเบฟสนับสนุนโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2556 (ครูเจ้าฟ้าฯ รุ่นที่ 5 จนถึงครูเจ้าฟ้าฯ รุ่นที่ 17 มีจำนวนทั้งสิ้น 116 คน) โดยครูเจ้าฟ้าฯ รุ่นที่ 17 ได้รับรางวัลจำนวน 9 ท่าน จาก 7 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ปัตตานี สงขลา เลย เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน

โครงการ Educational Institution Support Activity (eisa)
โครงการ eisa คือแพลตฟอร์มส่งเสริมด้านการศึกษาระดับ อุดมศึกษา โดยไทยเบฟร่วมกับสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา กว่า 50 สถาบัน และวิทยาลัยอาชีวศึกษา 24 แห่ง เพื่อสนับสนุนให้ นิสิตนักศึกษามีพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน สร้างประสบการณ์ การทำงานจริงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานจริงหลังจากจบการศึกษา โดยมีโครงการที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ดังนี้
ชุมนุม SIFE คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชุมนุม SIFE มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชน และพัฒนาธุรกิจคนถ่อแพของชุมชนแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้าง Brand story และพัฒนาด้านการตลาด โดยดึง เรื่องราวของคนถ่อแพออกมาเป็นจุดเด่นและเพิ่มความเป็นที่รู้จัก ให้กับธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นชุมนุม SIFE ยังพัฒนาระบบหลังบ้าน ของชุมชน ได้แก่ จัดทําระบบบัญชีซึ่งช่วยให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น และระบบเก็บข้อมูลเพื่อนําความเห็นของนักท่องเที่ยวมาปรับปรุง การให้บริการ โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์และกลิ่นอายของ “คนถ่อแพ” เอาไว้ ซึ่งในปีถัดไป นิสิตชุมนุม SIFE วางแผน จะต่อยอดรากฐานที่ได้วางไว้ในปีแรก ทั้งในด้านบัญชีและการขยาย ฐานลูกค้า รวมไปถึงการร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการออกแบบ มาสคอต และตรวจวัดคุณภาพน้ำในคลอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้นักท่องเที่ยวที่มาล่องแพ
โครงการ SIFE Social Enterprise Case Competition 2025 (SIFE SECC)
การแข่งขันประกวดแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อจุดประกาย การทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise Case Competition) ของนิสิตชุมนุม SIFE คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายและส่งเสริมการบูรณาการ องค์ความรู้ในด้านธุรกิจกับศาสตร์แขนงต่าง ๆ ของนิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในการวางแผนกลยุทธ์พัฒนาชุมชนในประเทศไทย ให้เกิดผลลัพธ์อย่างยั่งยืน โดยโครงการได้ให้ความรู้ กับนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกว่า 1,600 คน จาก 19 คณะ

โครงการ eisa สามารถส่งเสริมทักษะและประสบการณ์นอกห้องเรียน ให้นิสิตนักศึกษากว่า 30,000 คน จาก 30 โครงการ และสนับสนุน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้กับ 22 ชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ร่วมกับนิสิตนักศึกษากว่า 2,000 คน จากมหาวิทยาลัย 15 แห่ง สามารถสร้างรายได้มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

โครงการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อสังคม (Beta Young Entrepreneur)
โครงการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อสังคม (Beta Young Entrepreneur) เป็นโครงการที่ประสานความร่วมมือระหว่าง สภาหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และมูลนิธิ สิริวัฒนภักดี เพื่อบ่มเพาะเยาวชนสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความรับผิดชอบ ต่อสังคม โดยมีกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ ด้วยการทดลองทำธุรกิจจริงตลอดหลักสูตร รวมถึงกิจกรรม ที่ช่วยปลูกฝังให้เป็นคนดีของสังคม

ปัจจุบันมีนักศึกษาในโครงการรวม 14 รุ่น จบการศึกษาไปแล้วจำนวน 11 รุ่น รวมนักศึกษาที่อยู่ในโครงการ 300 คน ซึ่งกว่า ร้อยละ 70 ของนักศึกษาในโครงการจบไปประกอบธุรกิจของตัวเอง หรือสานต่อธุรกิจของครอบครัว เช่น ปณวรรธน์ กิจประเสริฐการ ศิษย์เก่า Beta Young Entrepreneur รุ่นที่ 9 ซึ่งนำความรู้กับ แนวคิดการทำธุรกิจอย่างมีคุณค่าและสร้างความยั่งยืนสู่สังคม ที่ได้ไปต่อยอดธุรกิจครอบครัว PISAMAI เฟอร์นิเจอร์จากหวาย นอกจากนั้นยังได้แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ในงาน Local Wisdom Night ซึ่งเป็นงานที่ผู้ประกอบการมารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลอง ภูมิปัญญาอันหลากหลายจากท้องถิ่นทั่วไทย

นอกจากนี้ นักศึกษาในโครงการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อสังคม ได้เข้าร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์สินค้า ให้ชุมชนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาให้ชุมชนเกิดรายได้ เกิดเศรษฐกิจ หมุนเวียนในชุมชน และให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน เช่น ชุมชนดงบัง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ภายใต้เครือข่ายโครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม นักศึกษาได้เข้าร่วม เรียนรู้ไปพร้อมกับชุมชนในการสร้างองค์ความรู้ต่าง ๆ ทั้งการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการสื่อสาร เพื่อเสริมสร้าง ศักยภาพให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

การเสริมศักยภาพให้นักเรียนจาก Montfort Boys Town ประเทศมาเลเซีย
Fraser & Neave Holdings Bhd (F&NHB) บริษัทในเครือ ในประเทศมาเลเซีย ตระหนักถึงความสำคัญของทักษะดิจิทัล ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยบริษัท มีความมุ่งมั่นในการเสริมศักยภาพให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่ Montfort Boys Town ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตร International Computer Driving Licence (ICDL) ซึ่งตั้งแต่ ปี 2554 หลักสูตรนี้เป็นส่วนสำคัญของโครงการ F&N IT Corner ที่ช่วยมอบทักษะดิจิทัลเชิงปฏิบัติให้แก่นักเรียนในโครงการ อันเป็นปัจจัยประกอบในการเพิ่มโอกาสในการหางานของนักเรียน ในปี 2568 นักเรียนจำนวน 16 คน สามารถสอบผ่านและได้รับ ประกาศนียบัตร ICDL ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ของ F&NHB ในการลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัลและส่งเสริม การพัฒนาเยาวชน

เพื่อขยายความร่วมมือภายใต้โครงการดังกล่าวให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น F&NHB ได้จัดเซสชันแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการ จัดเตรียมอาหารให้กับนักเรียนสาขาเบเกอรี่และการโรงแรมของ Montfort Shah Alam และมีเชฟประจำของบริษัท เชฟอัซมี ฮามิด เป็นผู้นำกิจกรรม โดยเซสชันดังกล่าวจะเป็นการสอนภาคปฏิบัติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานด้านอาหารในโลกจริง ตั้งแต่การฝึกฝนเทคนิคพื้นฐานไปจนถึงการรังสรรค์เมนูจาก วัตถุดิบให้กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ นอกจากนี้ F&NHB ยังได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทเพื่อเป็นวัตถุดิบ สำหรับใช้ในการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนสามารถทดลองและ พัฒนาทักษะของตนเองโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพตามมาตรฐาน อุตสาหกรรม โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่องที่มุ่งเน้นการมอบทักษะที่ตรงกับความต้องการภายใน อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เสริมสร้างความมั่นใจด้าน ความคิดสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ในภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การพัฒนาด้านการศึกษา
ในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2568