การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟ 2568
หน้าแรก / การสร้างคุณค่าให้แก่สังคม
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
เนื่องจากลูกค้ามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ ไทยเบฟจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กับการทำความเข้าใจ การร่วมพัฒนา และการตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วของทั้งคู่ค้าทางธุรกิจและผู้บริโภค ภายใต้เป้าหมาย PASSION 2030 บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์หลัก 2 ด้าน ได้แก่ “การเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ (Reach Competitively)” ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค อย่างมีประสิทธิผล และ “ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต (Digital for Growth)” ซึ่งมุ่งนำ เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้เพื่อขยายการเติบโตทางธุรกิจ

ไทยเบฟมุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าเพื่อบรรลุความสำเร็จร่วมกัน โดยดำเนิน โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางธุรกิจของลูกค้า ให้สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ไทยเบฟยังดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปีผ่านหน่วยงาน ภายนอกที่เป็นอิสระ เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะและข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าในการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักการตลาดอย่างมีจริยธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคทุกกลุ่ม ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
แนวทางการบริหารจัดการ
การเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นกลยุทธ์หลักของไทยเบฟ และเป็น รากฐานสำคัญของความร่วมมือระหว่างบริษัทกับตัวแทนจำหน่าย ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันอย่างมั่นคง ไทยเบฟ มุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับตัวแทนจำหน่าย ควบคู่ กับการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับศักยภาพ และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนาโครงการ Loyalty Program และจัด กิจกรรมต่าง ๆ สำหรับตัวแทนจำหน่ายและลูกค้า เพื่อเสริมสร้าง การมีส่วนร่วมและกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกทั้ง กรอบกลยุทธ์ของไทยเบฟยังยึดสองทิศทางหลัก ได้แก่ “การเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ” และ “ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อน การเติบโต“ โดยบริษัทมุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและ ยั่งยืนในระยะยาว พร้อมร่วมพัฒนาการเติบโตทางธุรกิจกับลูกค้า เพื่อคว้าโอกาสในการขยายยอดขายในพื้นที่ต่าง ๆ แนวทางดังกล่าว ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มยอดขายเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการ บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และการบูรณาการเทคโนโลยี ดิจิทัลเข้ากับการดำเนินงานและกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้าง ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และสนับสนุนให้ลูกค้า สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคของตนได้ดียิ่งขึ้น

ความพยายามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนความสามารถในการ ทำกำไรและการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน ไทยเบฟยังคง เสริมสร้างการสื่อสารแบรนด์ การตลาด และกิจกรรมการขายผ่าน ช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มและทุกช่วงเวลา และก้าวไป สู่การบรรลุเป้าหมายภายใต้วิสัยทัศน์ PASSION 2030 อย่างยั่งยืน
เป้าหมาย


รักษาคะแนนความพึงพอใจ ของผู้บริโภคไว้ที่
ร้อยละ 95
หมายเหตุ: ไม่รวม F&N และการดำเนินงานในต่างประเทศ
โครงการสำคัญ

B2B: โครงการพัฒนาพันธมิตรทางธุรกิจ (ออนไลน์): FLOW แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อขยายการเติบโต
แอปพลิเคชัน FLOW เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยลดความยุ่งยาก ในการสั่งซื้อสินค้าสำหรับผู้ค้าปลีก ด้วยการปรับปรุงกระบวนการ ที่ซับซ้อนและเสี่ยงต่อความผิดพลาด ให้ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ค้าส่งและปลีกไม่ต้องรอให้ตัวแทนขาย มาเติมสินค้า แต่สามารถเลือกดูผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เลือกสินค้า และสั่งซื้อโดยตรงจากมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งช่วยให้บริหาร จัดการสินค้าคงคลังง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถติดตามระดับ สต๊อกสินค้า ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ และกำหนดเวลาการ จัดส่งให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของธุรกิจ พร้อมกับ ลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าขาดตลาดหรือล้นตลาด

นอกเหนือจากประโยชน์ด้านการดำเนินงานแล้ว FLOW ยังช่วย เสริมสร้างการเติบโตของผู้ค้าด้วยข้อมูล และโปรโมชันที่ออกแบบ ให้เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละราย ทำให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ สินค้ายอดนิยม แนวโน้มตามฤดูกาล และความต้องการของลูกค้า ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างชาญฉลาด และตรงกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ โปรโมชัน ที่นำเสนอผ่าน FLOW ยังช่วยให้ผู้ค้าส่ง - ปลีก สร้างผลกำไร เพิ่มขึ้น จากส่วนลดและข้อเสนอพิเศษที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย ของผู้ค้าปลีก

สำหรับไทยเบฟ FLOW นับเป็นช่องทางสำคัญในการเสริมสร้าง ความสัมพันธ์กับตัวแทนขาย ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกช่วยให้เข้าถึง พันธมิตรค้าปลีกได้โดยตรง เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดี ยิ่งขึ้น พร้อมกับปรับเปลี่ยนโปรโมชันให้มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดได้อย่างรวดเร็ว การเชื่อมต่อ โดยตรงผ่าน FLOW ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้า และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ช่วยให้สามารถผลักดันการเติบโต ของยอดขายและสร้างความภักดีในกลุ่มผู้ค้าปลีกได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งไทยเบฟและคู่ค้าจะได้รับประโยชน์ หลายด้านร่วมกัน เพราะความร่วมมือที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อการแข่งขันเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ ของทุกพันธมิตรด้วยการขับเคลื่อนการเติบโตผ่านดิจิทัล ซึ่งช่วยให้ไทยเบฟยกระดับการให้บริการและเสริมสร้างความ ผูกพันกับลูกค้า สร้างคุณค่า ให้ทั้งสองฝ่ายในตลาดเครื่องดื่ม ที่มีการแข่งขันสูง หลังจากเปิดตัว FLOW Application กับ คู่ค้าหลักในปี 2568 ที่ผ่านมามีคู่ค้าพันธมิตรทางธุรกิจ (ตัวแทน) เข้าร่วม FLOW แล้วกว่า 96 ราย โดยเรียนรู้การใช้งานสั่งซื้อ ด้วยตนเองเบื้องต้นกว่าร้อยละ 60 นอกจากนั้นยังต่อยอด การใช้ FLOW application ต่อไปยังผู้บริโภคกว่า 13,000 ราย ในทุกประเภทร้านค้าทั้ง ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ซึ่งต่าง ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งไทยเบฟยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบ เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป อันจะส่งผลให้บริษัทและคู่ค้า เติบโตอย่างยั่งยืน
FLOW: เสริมพลังพันธมิตร ขับเคลื่อนการเติบโต
สังซือและติดตาม สถานะตลอด 24/7
สามารถสังซือ และติดตามคำสังซือ ได้ทุกที ทุกเวลา
แคตตาล็อก สินค้าออนไลน์
ครบวงจร เข้าถึงสินค้า ทังหมดของ ไทยเบฟได้ใน แพลตฟอร์มเดียว
โปรโมชัน ทีออกแบบ เฉพาะธุรกิจ
รับข้อเสนอ และโปรโมชัน ทีสอดคล้อง กับความต้องการ ของแต่ละธุรกิจ
แดชบอร์ด การขายและ การกระจายสินค้า
วิเคราะห์ผลการ ดำเนินงานและ เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานด้วย ข้อมูลแบบเรียลไทม์
ทีมขายในฐานะ พันธมิตร ทางธุรกิจ
ทำงานร่วมกับ ทีมขาย ของไทยเบฟ เพือพัฒนาธุรกิจ ไปด้วยกัน
การบริหารจัดการ คลังสินค้าและ โลจิสติกส์อย่างมี ประสิทธิภาพ
เพิ่มความคล่องตัว ในการบริหาร สินค้าคงคลังและ การจัดส่งให้เปนไป อย่างราบรืน
โครงการ รับคืนขวด และลังสินค้า
ส่งเสริม ความยังยืน และสร้างรายได้ เพิ่มเติมให้กับ ผู้ค้าปลีก

B2C: ร้านโชคชัย มุ่งพัฒนาร้านค้าปลีกท้องถิ่นเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
  • การขยายการเข้าถึงร้านค้าปลีก:
    เข้าถึงร้านค้าปลีกในทุกพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าการกระจายสินค้าเป็นไปอย่างทั่วถึง และการดำเนินงานด้านการขายมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการตราสินค้า:
    เสริมสร้างการมองเห็นของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจว่าภาพลักษณ์ ของแบรนด์ไทยเบฟได้รับการนำเสนออย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ ณ จุดขาย
  • สร้างความเป็นพันธมิตรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ:
    ำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ร้านค้าปลีกท้องถิ่น ยกระดับการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศมากกว่า 30,000 ร้าน ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นร้านโชคชัย โดยมีการนำระบบขายหน้าร้าน (Point-of-Sale: POS) เข้ามาใช้ในร้านค้าที่มีความพร้อมในการ ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ในตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้า ระบบ ดังกล่าวช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ติดตามระดับสต๊อกสินค้า และเข้าถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

ไทยเบฟยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาร้านค้าปลีกท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยตระหนักถึงบทบาทสำคัญของร้านค้าเหล่านี้ในฐานะพันธมิตรหลัก ในการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ของไทยเบฟไปสู่ผู้บริโภค และเป็น แรงขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน

การพัฒนาร้านค้าปลีก
โครงการร้านโชคชัย มีเป้าหมายในการพัฒนาและยกระดับร้านค้าปลีก ดั้งเดิมให้เป็นศูนย์กลางชุมชนสมัยใหม่ที่มีความยั่งยืน และทำหน้าที่ เป็นจุดจำหน่ายสินค้าหลักในพื้นที่ชุมชนของร้านค้า

แนวทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่
  • การเสริมสร้างความโดดเด่นของหน้าร้าน–ปรับปรุงภาพลักษณ์ ร้านให้มีความน่าสนใจและจดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • การปรับปรุงผังภายในร้าน–จัดระเบียบพื้นที่ภายในเพื่อให้ลูกค้า สามารถเลือกชมสินค้าได้สะดวก และได้รับประสบการณ์การซื้อ ที่ดียิ่งขึ้น
  • การเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสทางการขาย–ดูแลให้ ชั้นวางสินค้ามีความพร้อม สินค้ามองเห็นได้ชัดเจน ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
  • การจัดหมวดหมู่สินค้าอย่างเหมาะสม–จัดเรียงสินค้าเป็น หมวดหมู่ที่เข้าใจง่ายและค้นหาได้สะดวก
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดแสดงตู้แช่–จัดกลุ่มประเภทสินค้า และสร้างบล็อกแบรนด์ที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มการมองเห็นและยอดขาย
โครงการร้านโชคชัยยังให้การสนับสนุนและคำแนะนำแก่ผู้ค้าปลีก ในด้านการจัดเรียงและจัดแสดงสินค้า การจัดหมวดหมู่สินค้า และการติดตั้งระบบ POS พร้อมทั้งอบรมการใช้งานระบบดังกล่าว โดยจะช่วยให้เจ้าของร้านสามารถยกระดับการบริหารจัดการด้าน การขาย โดยสามารถติดตามและวิเคราะห์ตัวชี้วัดทางธุรกิจที่สำคัญ เช่น ผลการขาย อัตรากำไร สินค้าขายดีและขายช้า รวมถึงระดับ สินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

D2C: Sermsuk Click
จากแนวทางการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อการ เติบโต ตามกลยุทธ์ PASSION 2030 โครงการสำคัญอีกหนี่งโครงการของไทยเบฟ คือ “Sermsuk Click” ร้านค้าออนไลน์จำหน่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม E- commerce เช่น Shopee Lazada TikTok SOOK และ Shoptenee ซึ่งเชื่อมต่อถึง ผู้บริโภคโดยตรง (D2C) โดยบริษัทเสริมสุข ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่ตั้งอยู่ ในพื้นที่นั้น ๆ เป็นผู้จัดส่ง ทำให้ผู้บริโภคได้รับบริการอย่างรวดเร็ว

ตลอดปีที่ผ่านมาจากการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถ เลือกซื้อสินค้าได้ตอบโจทย์ในทุกโอกาส ทำให้ยอดขายเติบโต ถึงร้อยละ 154 และมีสมาชิกผู้ติดตามกว่า 140,700 คนที่เชื่อมโยง กับสินค้าในกลุ่มไทยเบฟ

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการขยายพื้นที่ให้บริการ กิจกรรม ส่งเสริมการขาย และเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และรับกับกระแส ความนิยมการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

แผนพัฒนาพันธมิตรทางธุรกิจ (ออฟไลน์)
เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของคู่ค้าทางธุรกิจ ไทยเบฟ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งออกแบบมาเพื่อ เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการดำเนินงานของคู่ค้า ทั้งด้านการ ขาย การบริหารจัดการคลังสินค้า ระบบบัญชี และกระบวนการ ทางธุรกิจที่สำคัญอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้คู่ค้าสามารถ เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และดำเนินธุรกิจได้ อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น

หลักสูตรการพัฒนาตัวแทนขาย (Agent Development Program with ThaiBev: ADEPT)
โครงการ ADEPT เป็นความร่วมมือระยะยาวระหว่างทีมงานไทยเบฟ และคู่ค้าผู้จัดจำหน่าย โดยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี นอกเหนือจากการฝึกอบรมและการเสริมสร้างศักยภาพแล้ว โครงการ ADEPT ยังมุ่งเน้นการปรับปรุงการดำเนินงานในทาง ปฏิบัติและการยกระดับผลการดำเนินงานของธุรกิจคู่ค้า ผ่านการ พัฒนาประสิทธิภาพตัวแทนขายหน่วยรถเงินสด เพิ่มประสิทธิภาพ คลังสินค้าและการขนส่ง รวมไปถึงปรับระบบสนับสนุนเพื่อลด การทุจริตและบรรเทาความเสี่ยง

กิจกรรมให้ความรู้และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ของ บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) (F&NDT)
F&NDT ร่วมมือคู่ค้าทางธุรกิจจัดกิจกรรมสำหรับลูกค้า ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายสร้างความผูกพันระยะยาวด้วยการ ผสมผสานระหว่างการให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การปรุงอาหาร เมนูต่าง ๆ ควบคู่กับการบริหารจัดการธุรกิจ

กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการ สร้างหรือเสริมรายได้ให้มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ F&N ในการขยายและเสริมสร้างศักยภาพในตลาดประเทศไทย รวมถึงสร้างโอกาสในการสร้างเครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจ ให้แก่มืออาชีพในภาคธุรกิจบริการอาหาร และร้านค้าปลีก

F&N ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับ ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้บริโภคอย่างครบวงจร เพื่อสร้างธุรกิจ ที่ยั่งยืนพร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับตราสินค้า

Magnolia School Activation
กิจกรรมสร้างนิสัยสุขภาพดีและตระหนักรู้เรื่องโภชนาการ เพื่อส่งเสริมการบริโภคนมในกลุ่มนักเรียนประถมปลายและ มัธยมต้น โดยกิจกรรมนี้สามารถเข้าถึงนักเรียน 387,000 คน จาก 300 โรงเรียน

กิจกรรมร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ
ไทยเบฟดำเนินกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปี ครอบคลุมทั้งโครงการเพื่อสังคม กิจกรรมฝึกอบรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการประชุมจัดทำแผนธุรกิจประจำปีร่วมกัน กิจกรรมเหล่านี้ได้รับการจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดี และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ทั้งด้านผลการการดำเนินงานด้านและความสามารถในการทำกำไร

บัญชีการลงทุนทางธุรกิจ ภายใต้โครงการ Distributor Vision 2025 ในประเทศเวียดนาม
โครงการ Distributor Vision 2025 (DV25) ได้เปิดตัวขึ้นโดยมี เป้าหมายเพื่อยกระดับพันธมิตรให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำ โดยมอบ สิทธิประโยชน์พิเศษที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถและ ความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่พันธมิตรเหล่านั้น ซาเบโก้ (SABECO) ได้ริเริ่มบัญชีการลงทุนทางธุรกิจภายใต้โครงการ DV25 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้จัดจำหน่ายระดับแนวหน้า (C1) และเสริมสร้างความร่วมมือระยะยาวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น กองทุนดังกล่าวช่วยจัดสรรทรัพยากรให้แก่ผู้จัดจำหน่าย C1 เพื่อขยายการดำเนินงานและยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทางการตลาด

ด้วยการสนับสนุนการลงทุนในด้านบุคลากรฝ่ายขาย การจัดซื้อ รถบรรทุก เงินมัดจำลังสินค้า การขยายพื้นที่การให้บริการ ตลอด จนการพัฒนาขีดความสามารถต่าง ๆ บัญชีการลงทุนทางธุรกิจ (BIA) จึงช่วยส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้จัดจำหน่ายระดับ C1 และตอกย้ำบทบาทของพวกเขาในฐานะพันธมิตรหลักในเครือข่าย ช่องทางการจัดจำหน่าย (Route to Market: RTM) ของ SABECO พร้อมทั้งยกระดับความเป็นมืออาชีพและความสามารถในการ แข่งขันภายใต้โครงการ Distributor Vision 2025 (DV25)

ระบบบริหารจัดการผู้จัดจำหน่าย (Distributor Management System: DMS) ในประเทศเวียดนาม
เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางของ SABECO สำหรับการบริหาร จัดการข้อมูลด้านการจัดจำหน่ายและการนำสินค้าสู่ตลาด (Route to Market: RTM) โดยการบันทึกข้อมูลในรูปแบบมาตรฐาน เดียวกัน ในผู้จัดจำหน่ายระดับ C1 ช่วยให้เกิดแหล่งข้อมูลเดียว ที่เชื่อถือได้สำหรับการกำกับดูแล และการติดตามผลการดำเนินงาน

ด้วยความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นและการลดภาระงานที่ต้องทำด้วยตนเอง ระบบ DMS ช่วยเสริมสร้างการบริหารงานขายบนพื้นฐานของข้อมูล ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น ปัจจุบันมีอัตราการนำระบบไปใช้งานมากกว่าร้อยละ 90 และตั้งเป้า ให้มีการเข้าร่วมใช้งานครบถ้วนทั้งหมดภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยยกระดับความสม่ำเสมอของเครือข่ายโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น

การจัดส่งตรงในประเทศเวียดนาม
โครงการจัดส่งตรงมีเป้าหมายเพื่อทำให้กระบวนการคลังสินค้าและ โลจิสติกส์ระหว่าง SABECO และผู้จัดจำหน่ายระดับ C1 เป็น มาตรฐานเดียวกัน การกำหนดปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) ที่สูงขึ้น และการขยายการจัดส่งสินค้าในรูปแบบพาเลต ช่วยลด คำสั่งซื้อขนาดเล็ก และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลัง สินค้า

รูปแบบการดำเนินงานที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมนี้ช่วยลดต้นทุน ด้านโลจิสติกส์ เพิ่มความเชื่อถือได้ของการจัดส่ง และทำให้การ ไหลเวียนของสินค้าไปยังผู้จัดจำหน่ายระดับ C1 ราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มอัตรากำไรของผู้จัดจำหน่ายระดับ C1 และเอื้อให้สามารถจัดสรรทรัพยากรเพื่อรองรับตลาดได้ดีขึ้น

บัตรเครดิตสำหรับผู้จัดจำหน่ายรายย่อย (C2) ที่ได้รับการคัดเลือกในประเทศเวียดนาม
สินเชื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ SABECO ได้ทำงาน ร่วมกับธนาคารพันธมิตรเพื่อเสนอบริการบัตรเครดิตให้แก่ ผู้จัดจำหน่ายรายย่อยระดับ C2 ที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อเปิดโอกาส ให้สามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อสำหรับการจัดซื้อสินค้าได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทุนล่วงหน้า

ความยืดหยุ่นดังกล่าวช่วยให้ผู้จัดจำหน่ายรายย่อยระดับ C2 สามารถสั่งซื้อสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งเดือน ลดปัญหา ด้านกระแสเงินสด และเสริมสร้างความมั่นคงในการบริหารสินค้า คงคลัง ส่งผลให้ผู้จัดจำหน่ายระดับ C1 ได้รับประโยชน์จากยอดขาย ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม ในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด และยกระดับความทันสมัยของระบบ การชำระเงินในระบบนิเวศทางธุรกิจโดยรวม
ความสำเร็จ
ในปี 2568 ไทยเบฟยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความพึงพอใจให้คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจในทุกช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริการจัดส่งสินค้าและการขาย โดยเฉพาะการขาย พนักงานต้องเข้าใจในผลิตภัณฑ์ กิจกรรมส่งเสริมการขายและ การดำเนินธุรกิจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ที่เหมาะสมทั้งกับคู่ค้า และบริษัท รวมถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างทันการณ์ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับทุกภาคส่วน

เพื่อประเมินและพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ไทยเบฟได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำ ทุกปี โดยร่วมกับศูนย์เศรษฐศาสตร์ประยุกต์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ โดยผลการสำรวจ ในปี 2568 พบว่าระดับความพึงพอใจของลูกค้าอยู่ในระดับสูงถึง ร้อยละ 97 สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ร้อยละ 95 ความสำเร็จ ดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของไทยเบฟ ในการรักษาและยกระดับความเป็นเลิศด้านการบริการและมาตรฐาน ความร่วมมือในอนาคต

ความพึงพอใจของลูกค้าประจำปี 2568

หมายเหตุ:
1. สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างลูกค้า จำนวน 2,597 ราย โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2. ไม่รวม F&N และการดำเนินงานในต่างประเทศ
ก้าวสู่อนาคต

ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะยกระดับการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนคู่ค้าและลูกค้าภายใต้กลยุทธ์หลักคือ “การเข้าถึงผู้บริโภค อย่างมีประสิทธิภาพ” และ “ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต” และเพื่อบรรลุการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ไทยเบฟยังคงวางแผน การจัดการ และลงทุนในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เหมาะสมในการเข้าถึงคู่ค้าและลูกค้า ซึ่งสามารถตอบโจทย์ที่แตกต่างกันได้ ทั้งนี้เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่พันธมิตร เช่น โครงการ FLOW ในการนำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและแข่งขันได้ท่ามกลาง สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และโครงการ SSC Click ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้บริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภค อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริงตามกลยุทธ์ “ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต“

สำหรับกลยุทธ์ “การเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ” ไทยเบฟยังคงพัฒนาโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการ ADEPT ที่ครอบคลุมการจัดการขายในหลายมิติ โครงการ “มีชัยมีโชค” ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในชื่อ “ร้านโชคชัย” โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะการจัดการร้านค้าและการส่งเสริมการดำเนินงานที่ยั่งยืน รวมถึงการนำระบบดิจิทัลมาใช้กับร้านค้าปลีกที่มี ความพร้อม โครงการนำร่องติดตั้งระบบ POS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้าและการวางแผนส่งเสริมการขาย ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคในพื้นที่ของร้านค้านั้นๆ รวมถึงกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมต่างๆ ทั้งการจัดฝึกอบรม ให้ความรู้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถต่อยอดการประกอบวิชาชีพต่างๆ กับลูกค้าของคู่ค้า รวมถึงการวางแผนการทำธุรกิจร่วมกันกับคู่ค้าหลักอย่างต่อเนื่อง

ไทยเบฟเชื่อว่าความพยายามมุ่งมั่นตามกลยุทธ์ที่กล่าวมาสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดต่อคู่ค้าซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญ กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปให้ถึงเป้าหมาย PASSION 2030 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างยั่งยืนทั้งต่อบริษัทและคู่ค้า ทั้งนี้เพื่อความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
ในรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2568