ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ไทยเบฟได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ
เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567
Science-Based Targets Initiative (SBTi) ได้รับรองแผนงาน
และเป้าหมายของไทยเบฟในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ภายในปี 2593 ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด
การพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการนำเทคโนโลยีขั้นสูง
มาใช้เพื่อจัดการของเสีย นอกจากนี้ ไทยเบฟยังได้ดำเนินมาตรการ
คืนน้ำสู่ธรรมชาติและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำผ่านโครงการต่าง ๆ
อาทิ โครงการคืนน้ำสู่ชุมชนในภาคเหนือของไทยและโครงการ
เก็บน้ำฝนในโรงเบียร์ของบริษัทในเครือในประเทศเวียดนาม เป็นต้น
ในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัทฯ ได้พัฒนาโครงการ
บริหารจัดการขยะบนเกาะ (Island Model) เพื่อขยายเครือข่าย
การเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคในพื้นที่เกาะซึ่งยากต่อ
การจัดการขยะ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังได้ทำการประเมินความเสี่ยง
ด้านสภาพภูมิอากาศและภาวะขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่โรงงาน
พร้อมทั้งจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นรายพื้นที่
เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ
จากพันธกิจ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” ไทยเบฟ
ยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
ในการริเริ่มและสนับสนุนโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่ง
ครอบคลุมทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา กีฬา ศิลปวัฒนธรรม
และการพัฒนาชุมชน โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้สนับสนุนการติดตั้ง
สถานีโทรมาตรอัตโนมัติจำนวน 72 สถานีในพื้นที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือ
ของไทย ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์
และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังสภาพ
อุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา สร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าทั้งกรณี
น้ำหลากและภัยแล้ง เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของชุมชน
นอกจากนี้ ไทยเบฟยังได้ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง
ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการพัฒนาสังคมควบคู่กับการดูแล
สิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถฟื้นฟู
ป่าชุมชนแล้วกว่า 90,000 ไร่ ใน 11 จังหวัดทั่วประเทศ และในปีนี้
ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาพื้นที่สู่การดำเนินโครงการ
พัฒนาพื้นที่ตามแนวเขตสงวนชีวมณฑลในอำเภอเชียงดาว
จังหวัดเชียงใหม่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการป่า น้ำ ขยะ
และความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพ
และเศรษฐกิจชุมชน
เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยเบฟ
และเครือข่ายพันธมิตรได้ร่วมกันจัดงาน Sustainability Expo (SX)
ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานกว่า
920,000 คน และความพิเศษภายในงานปีนี้คือการจัด
การแข่งขัน Enactus World Cup ปี 2568 ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขัน
ระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจาก 32 ประเทศทั่วโลก
ได้ร่วมนำเสนอนวัตกรรมความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวก
ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล SEP Award
เป็นครั้งแรกให้กับโครงการที่สะท้อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงได้ดีที่สุด โดยไทยเบฟมีแผนที่จะมอบรางวัล SEP Award
ต่อเนื่องทุกปีไปจนถึงปี 2573 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจการประยุกต์ใช้
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแก่เยาวชนทั่วโลกที่มีความสนใจ
ในการสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อสังคม
ในด้านบรรษัทภิบาล ไทยเบฟมุ่งส่งเสริมมาตรฐาน ESG
ตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่านการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า อาทิ
โครงการ Thailand Sustainability Academy และรางวัลด้าน
การพัฒนาที่ยั่งยืนของเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเตรียมการรับมือกับความเสี่ยงทางไซเบอร์
ที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทฯ ได้ยกระดับการบริหารจัดการความมั่นคง
ปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และการบริหารความเสี่ยง
ให้ครอบคลุมบริษัทในเครือทั้งหมด ซึ่งรวมถึง บริษัท เฟรเซอร์
แอนด์ นีฟ, ลิมิเต็ด (F&N) บริษัท แกรนด์ รอยัล กรุ๊ป อินเตอร์
เนชั่นแนล คอมพานี ลิมิเต็ด (GRG) และบริษัทไซ่ง่อน เบียร์-
แอลกอฮอล์-เบฟเวอเรจ คอร์เปอเรชั่น (SABECO) โดยได้นำกรอบ
การทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสถาบันมาตรฐาน
และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) ของสหรัฐมาใช้ รวมถึงจัดให้มี
การประเมินผลด้านมาตรการควบคุมความปลอดภัยโดยหน่วยงาน
ภายนอกตามมาตรฐาน ISO/NIST เพื่อเสริมสร้างระบบการกำกับดูแล
ด้านไซเบอร์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมีการกำหนด
นโยบาย มาตรการควบคุม และการใช้เทคโนโลยีป้องกันขั้นสูง
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
ไทยเบฟตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมี
ความรับผิดชอบ และยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน
ให้ครอบคลุมทุกบริษัทของกลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจ
ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล
ด้วยความมุ่งมั่นในการ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต”
ตามพันธกิจของบริษัทฯ
ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ทุกท่านที่ได้มอบความไว้วางใจและสนับสนุนเส้นทางการพัฒนา
ที่ยั่งยืนของไทยเบฟตลอดมา
ฐาปน สิริวัฒนภักดี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร