หน้าแรก / เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน คำแถลง
กลยุทธด้านภาษีของบริษัทไทยเบฟ (กรอบแนวคิด)

นโยบายด้านภาษีของบริษัทไทยเบฟกำหนดขึ้นตามหลักการของวิสัยทัศน์รวมปี พ.ศ. 2563 ได้แก่ พันธกิจ ค่านิยม เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และบรรษัทภิบาลที่ดี ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วในกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด โดยฝ่ายบริหารของบริษัทจะดำเนินการเสนอนโยบายภาษีปี พ.ศ. 2561 ต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและอนุมัติในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 เพื่อเป็นการยืนยันว่าความเสี่ยงที่เกิดจะได้รับการแก้ไข

ในการพัฒนานโยบายด้านภาษีของบริษัทไทยเบฟ ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเบฟเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นด้านความพิถีพิถัน บรรษัทภิบาลที่ดี ความหมั่นเพียร ความซื่อสัตย์ การบริหารความเสี่ยง และความโปร่งใส ล้วนมีบทบาทสำคัญในการให้คำมั่นและแสดงถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้น จึงดำเนินการจัดทำหลักปฏิบัติด้านภาษีขึ้นสำหรับกลุ่มบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ดังนี้

(กรอบแนวคิด)
หลักการปฏิบัติด้านภาษี
คำแถลง
หลักการปฏิบัติด้านภาษีมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับความยั่งยืนและการแข่งขันทางภาษี มูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งการเป็นพลเมืองที่ดีทางภาษีธุรกิจที่มีคุณค่าต่อสังคม

หลักการปฏิบัติด้านภาษีได้กำหนดกรอบบรรษัทภิบาลด้านภาษี และทัศนะของบริษัทไทยเบฟเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านภาษีไว้อย่างชัดเจน หลักเกณฑ์ทางภาษีมีดังต่อไปนี้

ก.) ด้านความร่วมมือ
เราดำเนินการตามกฎหมายกำหนดและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา และเรามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามเจตนารมณ์ที่ได้ระบุไว้

ข.) ด้านจรรยาบรรณขององค์กร
หลักปฏิบัติด้านภาษีของเราขึ้นอยู่กับบรรษัทภิบาลที่วางไว้ตามจริยธรรมทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งกำหนดให้องค์กรต่างๆของบริษัทต้องมีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติงานขององค์กร เพื่อให้เหมาะสมกับฐานะบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการดำเนินงานทั่วโลก

ค.) ด้านราคาโอน
เรามุ่งมั่นที่จะจ่ายภาษีอย่างเหมาะสมตามมูลค่าที่กำหนดขึ้นภายในกิจกรรมทางการค้าปกติ การกำหนดราคาภายในกลุ่มองค์กรจะขึ้นอยู่กับหลักปกติราคาตลาด

ง.) ด้านโครงสร้างภาษี
การจัดโครงสร้างภาษีของเราต้องขึ้นอยู่กับเหตุผลทางการค้า บริษัทเราไม่เข้าสู่ระบบโครงสร้างภาษีปลอมหรือโครงสร้างภาษีที่ผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ผลกำไรย้ายไปยังแหล่งหลบภาษีอากร นอกจากนี้ เราจะไม่เข้าสู่โครงสร้างภาษีที่ซับซ้อน ซึ่งวัตถุประสงค์เบื้องต้นคือการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี และเป้าหมายหลัก คือการหลีกเลี่ยงภาษี

จ.) ด้านการจัดเก็บภาษีอย่างยั่งยืน
เรามีหน้าที่รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นของเราเพื่อสร้างประสิทธิภาพทางการเงินและการจัดเก็บภาษีอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น

ฉ.) ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของประสิทธิภาพด้านภาษี เราจะพยายามใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมายภายในบริบทของผลเสียงและการตัดสินใจทางธุรกิจที่เหมาะสม สิทธิประโยชน์นั้นอาจรวมถึงการยกเว้นหรือลดอัตราภาษีในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ค่าเผื่อการเร่งสินทรัพย์ หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ โดยสิทธิทั้งหมดนี้จะระบุไว้ภายในนโยบายภาษีท้องถิ่นหรือนโยบายภาษีแห่งชาติ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีให้สำหรับธุรกิจที่ปฏิบัติตรงกับเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง สิทธิประโยชน์เหล่านี้อาจมีผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจของเรา แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยทางเศรษฐกิจที่นำมาพิจารณาเท่านั้น

ช.) ด้านความสัมพันธ์กับหน่วยงานด้านภาษี
เราเคารพในสิทธิของรัฐบาลในการกำหนดโครงสร้างภาษี อัตราภาษี และกลไกการจัดเก็บภาษี เรากำลังแสวงหาบทสนทนาที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ต่อเจ้าหน้าที่ภาษี เพื่อแสวงหาความสัมพันธ์ในการทำงานที่มีความเป็นมืออาชีพ สร้างสรรค์ และโปร่งใส


การบริหารความเสี่ยงด้านภาษี
คำแถลง
เรามุ่งเน้นเรื่องการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการระบุและการจัดการความเสี่ยงทางธุรกิจ และไม่เพียงแต่จำกัดทางด้านยุทธศาสตร์ ด้านการเงิน การดำเนินการปฏิบัติติงาน ชื่อเสียงเท่านั้น แต่รวมถึงสภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กำจัด ได้ปฏิบัติตามที่ข้อกฎหมายกำหนดไว้

เราได้ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับภาษีในทุกเขตอำนาจศาลที่เราได้ดำเนินการอยู่อย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายในการจัดการความเสี่ยงด้านภาษี รวมถึงผลกระทบทางด้านภาษี สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของรัฐบาลหรือมาตรการในด้านการบริหารภาษี ยังรวมไปถึงการคงไว้ซึ่งนโยบายของรัฐ และกระบวนการเกี่ยวกับเอกสารการบริหารความเสี่ยงด้านภาษี และการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอย่างละเอียดในทุกด้าน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การปฏิบัติงาน และการรายงานปัจจัยความเสี่ยงภายนอกอีกด้วย

ก.) การปฏิบัติตามกระบวนการ
เราให้คำมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบในกิจการภาษีของเรา กล่าวคือเราได้ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและระเบียบข้อบังคับซึ่งเราได้ดำเนินการอยู่ในแต่ละภูมิภาค ในกรณีที่กฎหมายภาษีไม่ได้ให้คำแนะนำที่ชัดเจน ความรอบคอบและความโปร่งใสจึงจะนำมาใช้เป็นหลักเกณฑ์ นอกจากนี้เรายังมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดในการจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้องและครบถ้วนทันเวลา และพยายามหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นภาษี ค่าสินไหมทดแทน และอัตราดอกเบี้ย การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของเรานั้นยังเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของงานภาษี และเรามุ่งเน้นในส่วนนี้เพื่อให้แน่ใจว่าในแต่ละภูมิภาคที่เราดำเนินงานจ่ายภาษีถูกต้องและเหมาะสม ในการควบคุมการปฏิบัติงานนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการการจัดการหนี้สินภาษีในทุกด้านที่เราต้องรับผิดชอบ

ข.)การติดตามและการรายงานผล 
เรามุ่งมั่นที่จะทำการตรวจสอบภาษีทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสม ดำเนินการรายงานผล และแสดงให้เห็นค่าใช้จ่ายภาษีปัจจุบันและค่าใช้จ่ายภาษีรอตัดบัญชีให้ถูกต้อง

เราได้ตระหนักว่างานภาษีเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการของคณะกรรมการบริหารความยั่งยืนและการบริหารความเสี่ยง ("SRMC") และขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงด้านภาษี กำลังทำการตรวจสอบตามโครงสร้างพื้นฐานโดยรวม และรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำในวาระการประชุมของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการบริหาร ในเรื่องของการควบคุมการบริหารจัดการและตรวจสอบ เรามั่นใจว่างานภาษีนั้นสอดคล้องกับนโยบายภาษีในระดับสูงสุดตามลักษณะที่ได้รับการควบคุมและได้มาตรฐาน SRMC มีอำนาจในการกำหนดวัตถุประสงค์ หลักเกณฑ์ ข้อบังคับ และการรับรองที่เกี่ยวข้องกับงานภาษี SRMC ยังได้สนับสนุนงานด้านภาษีและกำหนดขอบเขตภาษี

ค.) ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง
เรามีความมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎระเบียบให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความเสี่ยงด้านชื่อเสียงนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับด้านภาษี เราได้ทำการตรวจสอบคุณลักษณะโดยรวมและความโปร่งใสของการจัดเก็บภาษีเป็นระยะๆ รวมทั้งความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลภาษี การคืนภาษี และรายงานผลเกี่ยวกับบทบัญญัติด้านภาษี สภาพความเสี่ยง และการผ่อนภาษี


ความโปร่งใสด้านมาตรการภาษี
คำแถลง
การสื่อสารด้านภาษีระหว่างเรากับรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีทั้งหมด ความชัดเจนและโปร่งใสของนโยบายภาษีของเราได้รับการเปิดเผยในด้านสาธารณะ พร้อมด้วยรายงานภาษีภูมิภาคของไทยเบฟ ความเป็นเลิศในการกำกับดูแลด้านภาษี ความรับผิดชอบด้านภาษี และความโปร่งใสในการสร้างความเชื่อถือกับสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

เรามุ่งมั่นที่จะเปิดกว้างแนวทางและหลักการที่โปร่งใสในการเก็บภาษี

ความโปร่งใสในหน่วยงานด้านภาษี
ก.) เหนือสิ่งอื่นใดสำหรับเราแล้ว ความโปร่งใสหมายถึงความโปร่งใสในหน่วยงานด้านภาษี ซึ่งจะมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทั้งหมดในเขตอำนาจศาลทั้งหมดที่เราดำเนินการ

ข.) ข้อมูลนี้รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นในการทำความเข้าใจอย่างถูกต้องในรายการข้อมูลภาษี และข้อมูลที่ร้องขอ โดยเฉพาะข้อมูลระหว่างการสอบถามการตรวจสอบภาษี ในส่วนนี้เรามั่นใจว่ามีการจัดเก็บเอกสารอย่างถูกต้องเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษีในท้องถิ่น

ความโปร่งใสแก่ผู้มีส่วนได้เสียอื่น
ก) เรามุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบในเรื่องความโปร่งใสด้านภาษีต่อผู้มีส่วนได้เสียของเราในรูปแบบที่กว้างที่สุดตามแนวทางความยั่งยืนของเรา ด้วยความโปร่งใสและการเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้ตัดสินใจเผยแพร่นโยบายด้านภาษีของเราอย่างเป็นสาธารณะ

ข.) เรามีความโปร่งใสเกี่ยวกับแนวทางการเสียภาษี และจะสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายภาษีของเราให้เข้าใจง่าย กระชับและโปร่งใส เราเชื่อว่าความโปร่งใสด้านภาษีนี้เป็นรากฐานสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ค.) นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมเรื่องความอุตสาหะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทมีความโปร่งใสในการช่วยเหลือภาคเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม และเพื่อให้เกิดความเข้าใจและความชัดเจนมากขึ้น เราจึงให้ความสำคัญต่อความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลภาษีในรายงานภาษีประจำภูมิภาค ซึ่งจะแสดงถึงรายได้ กำไร จากการดำเนินงานและภาษีที่จ่าย


พฤติกรรมจำกัดการแข่งขันทางการค้า
คำแถลง
บริษัทไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตมีจริยธรรมและเว้นการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมจำกัดการแข่งขันทางการค้า เราเชื่อเป็นมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความพยายามในการรักษาตลาดที่เป็นธรรมจะส่งผลต่อการพัฒนาทางธุรกิจและสังคมอย่างยั่งยืน


การต่อต้านการฟอกเงิน
คำแถลง
บริษัทไทยเบฟต่อต้านการฟอกเงินและการกระทำใดที่ขัดต่อจรรยาบรรณทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทเครื่องดื่มไทย ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีศีลธรรมด้วยความรู้ ความสามารถของเราอย่างดีที่สุด บริษัทไทยเบฟจะละเว้นการทำธุรกรรมใด ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงินทั้งหมดทุกกรณี


ความเป็นกลางทางการเมือง
คำแถลง
บริษัทไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะรักษาสถานะทางการเมืองที่เป็นกลาง เรายอมรับและเคารพในสิทธิทางการเมืองของพนักงานของเราตราบเท่าที่พนักงานผู้นั้นไม่ชักนำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองของบริษัทไทยเบฟ


สิทธิมนุษยชน
คำแถลง
บริษัทไทยเบฟพิจารณาที่จะขยายนโยบายเพื่อครอบคลุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดให้เป็นไปตามหลักการและแนวทางของหลักปฏิบัติของสหประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับธุรกิจและสิทธิมนุษยชน บริษัทไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมกับผู้ถือหุ้นในชุมชนเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทไทยเบฟได้รับฟัง เพื่อเรียนรู้และได้คำนึงถึงความคิดเห็นของพวกเขาในขณะที่บริษัทไทยเบฟดำเนินธุรกิจของตน บริษัทไทยเบฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจากับผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ซึ่งครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ชนพื้นเมือง แรงงานผู้อพยพ แรงงานที่ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลที่สาม ชุมชนท้องถิ่นและคนพิการ

บริษัทไทยเบฟได้ดำเนินการและเพิ่มวิธีการตรวจสอบวิเคราะห์วิธีการเข้าถึงที่มุ่งเน้นสถานที่ตั้ง กระบวนการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ในกระบวนการนี้ บริษัทไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะระบุ ป้องกันและบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากหรือมีผลมาจากกิจกรรมทางธุรกิจของ เราก่อนหรือหากเกิดขึ้นผ่านขั้นตอนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนและกระบวนการป้องกันและบรรเทา


สิ่งแวดล้อม
แนวทางการปฏิบัติ
แนวทางการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทเครื่องดื่มไทยได้รับการสร้างสรรค์และนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเนื่องจากการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยที่บริษัทเครื่องดื่มไทยและบริษัทย่อย ได้จำแนกออกมาดังนี้
  • การผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ
  • สินค้าและบริการ
  • การกระจายสินค้าและการขนส่ง
  • การจัดการของเสีย
  • คู่ค้า ผู้ให้บริการและผู้ทำสัญญา
  • คู่ค้าทางธุรกิจที่สำคัญ
  • การควบรวมกิจการและการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะการเข้าซื้อกิจการ
  • การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
  • แนวการปฏิบัติเพื่อการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
  • การดัดแปลงทางพันธุกรรม
  • บรรจุภัณฑ์
  • การพัฒนาโครงการใหม่


กฎบัตรคณะกรรมการสรรหา
กฎบัตรคณะกรรมการสรรหา

เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ที่บริษัทได้จดทะเบียนเป็นสมาชิกอยู่ (“ตลาดหลักทรัพย์”) รวมทั้งมาตรฐานสากล คณะกรรมการบริษัทจึงเห็นควรกำหนดกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาขึ้น เพื่อกำหนดขอบเขตขององค์ประกอบคุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง การประชุม อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหา ดังนี้

1. องค์ประกอบและคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหา

ให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาและแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและประธานกรรมการสรรหา โดยพิจารณาจากบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทเห็นว่ามีองค์ประกอบและคุณสมบัติเหมาะสมดังนี้

1.1 คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งกรรมการสรรหา เกินกว่ากึ่งหนึ่งและประธานกรรมการสรรหาควรเป็นกรรมการอิสระ และในกรณีที่มีการแต่งตั้งหัวหน้ากรรมการอิสระให้หัวหน้ากรรมการอิสระเป็นกรรมการสรรหาด้วย

1.2 กรรมการสรรหาต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท มีความซื่อสัตย์ เข้าใจถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหา มีความเป็นกลางในการสรรหา และคัดเลือกบุคคลผู้ที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไป โดยกรรมการสรรหาต้องมีความเป็นอิสระตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงมีความรู้ด้านบรรษัทภิบาลและสามารถอุทิศเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่

1.3 ประธานกรรมการสรรหาควรเป็นบุคคลที่มีความอาวุโส มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์สูง สามารถผลักดันให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาเป็นไปอย่างอิสระ มีความเป็นกลางและมีความซื่อสัตย์สุจริต

2. วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการสรรหา

2.1 กรรมการสรรหามีวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท โดยกรรมการสรรหาที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท ให้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งได้อีก

2.2 ให้กรรมการสรรหาที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่รักษาการในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการบริษัทที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาเป็นกรรมการสรรหาแทน

2.3 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการสรรหาพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1) ลาออก

(2) ตาย

(3) คณะกรรมการบริษัทมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

2.4 กรณีที่ตำแหน่งกรรมการสรรหาว่างลงให้คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งกรรมการบริษัทที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าเป็นกรรมการสรรหาแทนโดยเร็ว

3. การประชุมของคณะกรรมการสรรหา

3.1 คณะกรรมการสรรหาจะต้องจัดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่า 2 ครั้งต่อปี โดยกรรมการสรรหาต้องมาประชุมด้วยตนเอง

3.2 ในการประชุมคณะกรรมการสรรหาต้องมีกรรมการสรรหาเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

3.3 ในกรณีที่ประธานกรรมการสรรหาไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการสรรหา ที่เข้าร่วมประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

3.4 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการสรรหาที่เข้าร่วมประชุม โดยกรรมการสรรหาหนึ่งคนมีเสียงหนึ่งเสียงถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

3.5 กรรมการสรรหาซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น

3.6 ให้คณะกรรมการสรรหารายงานผลการประชุมในแต่ละครั้งให้คณะกรรมการบริษัททราบ

4. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา

4.1 พิจารณาโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัททั้งในเรื่องของจำนวนกรรมการ ที่เหมาะสมกับขนาด ประเภท และความซับซ้อนของธุรกิจ คุณสมบัติของกรรมการแต่ละคนทั้งในด้านการศึกษา ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ ความชำนาญเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักของบริษัท

4.2 พิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการอิสระให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจของบริษัท โดยความเป็นอิสระของกรรมการต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลกำหนดไว้ รวมตลอดจนถึงเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์

4.3 กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นกรรมการบริษัทเพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ โดยแนวทางการพิจารณาที่สำคัญรวมถึงประเด็นดังต่อไปนี้

4.3.1 กรรมการมีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลกำหนดไว้ ตลอดจนเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์

4.3.2 กรรมการสามารถจัดสรรเวลาให้การปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมและพอเพียง

4.3.3 กรรมการเป็นที่ยอมรับในด้านมาตรฐานจรรยาบรรณและความน่าเชื่อถือ และสามารถเป็นตัวแทนของบริษัทได้เป็นอย่างดี

4.3.4 กรรมการมีการศึกษา ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ ความชำนาญเฉพาะด้าน ที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักของบริษัท

4.3.5 กรรมการสามารถช่วยส่งเสริมความหลากหลายในคณะกรรมการ อันประกอบด้วย อายุ เพศ การศึกษา ทักษะ ประสบการณ์ ความชำนาญเฉพาะด้าน รวมถึง เชื้อชาติและสัญชาติ

4.4 สรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไป ตามกระบวนการสรรหาและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้ โดยให้จัดทำเป็น Board Skill Matrix เพื่อช่วยให้การสรรหากรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงดังกล่าวมีความสอดคล้องกับทิศทาง การดำเนินธุรกิจของบริษัท

4.5 นำเสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัท พร้อมความเห็นและเหตุผลในการคัดเลือก ต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแต่งตั้งหรือเสนอรายชื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้ง (แล้วแต่กรณี)

4.6 นำเสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไป พร้อมความเห็นและเหตุผลในการคัดเลือกต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง

4.7 พิจารณาวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระและทบทวนความเป็นอิสระของกรรมการอิสระอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

4.8 จัดทำแผนพัฒนาความรู้ความสามารถของกรรมการบริษัท เพื่อพัฒนาศักยภาพของกรรมการบริษัท ทั้งกรรมการบริษัทในปัจจุบันและกรรมการบริษัทที่รับตำแหน่งใหม่เพื่อให้เข้าใจรูปแบบธุรกิจของบริษัทและบทบาทหน้าที่ของกรรมการ

4.9 จัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession plan) ของผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ระดับ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไป เพื่อให้การบริหารงานของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมความพร้อมให้กับบุคคลที่มีศักยภาพให้สามารถสืบทอดตำแหน่งงานในกรณีที่ผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไป เกษียณอายุ ลาออก หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

4.10 ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการสรรหาเป็นรายบุคคลโดยให้รายงานผลการประเมินให้กับคณะกรรมการบริษัททราบ พร้อมทั้งเปิดเผยหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และผลการประเมินในภาพรวมไว้ในรายงานประจำปี

5. การทบทวนและปรับปรุงกฎบัตร

ให้คณะกรรมการสรรหาทบทวนหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎบัตรฉบับนี้ทุกปี โดยหากเห็นควรให้ปรับปรุงแก้ไขกฎบัตรเพื่อให้มีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมเป็นไปตามสภาวการณ์ปัจจุบันแล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาปรับปรุงแก้ไขกฎบัตรและนำเสนอกฎบัตรฉบับปรับปรุงแก้ไขให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

ตามมติคณะกรรมการบริษัทในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2560 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ได้อนุมัติให้ใช้กฎบัตรคณะกรรมการสรรหาฉบับนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป



Contributions and Other Spending for Public Policy

  FY 2017 (THB) FY 2018 (THB) FY 2019 (THB) FY 2020 (THB)
Lobbying, interest representation or similar 0 0 0 0
Local, regional or national political campaigns / organizations / candidates 0 0 0 0
Trade associations or tax-exempt groups (e.g. think tanks) 2,881,085 3,251,948 18,530,396 10,960,124
Other (e.g. spending related to ballot measures or referendums) 0 0 0 0
Total contributions and other spending 2,881,085 3,251,948 18,530,396 10,960,124
Data coverage - Percentage of Revenue 100% 100% 100% 100%


สมาชิกสมาคมการค้า
คำแถลง


The membership fees, research supports and CSR activities contribution are vat inclusive.

Remark 1 : 
  • + Membership fees
  • * Contribution to sustainable packaging research fund 
  • # Contribution to other researches and CSR activities
Remark 2 : In 2020 ThaiBev contributed money for trade association membership fees
  • 1. The Federation of Thai Industries (F.T.I) 427,541 THB
  • 2. The Thai Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand (TCC) 205,490 THB
  • 3. Thai Beverage Industry Association (TBA) 70,000 THB
  • 4. British Chamber of Commerce Thailand (BCCT) 21,000 THB
  • 5. Franco-Thai Chamber of Commerce (FTCC) 4,917 THB
  • 6. The International Chamber of Commerce (ICC) 10,000 THB
  • 7. ASIA Business Council (ABC) 10,3934 THB
Remark 3 : In 2020 ThaiBev supported Sustainable Packaging Management Research
  • 1. The Federation of Thai Industries (F.T.I) 240,085 THB
  • 2. Thailand Institute of Packaging and Recycling Management for Sustainable Environment (TIPMSE) founded by the industrial clubs under the Federation of Thai Industries 2,000,000 THB
Remark 4 : In 2020 ThaiBev Contributed to other researches and CSR activities
  • 1. The Federation of Thai Industries (F.T.I) 1,000,000 THB
  • 2. British Chamber of Commerce Thailand (BCCT) 2,500 THB
  • 3. Thai-UK Business Leadership Council (TUBLC) 236,942 THB
  • 4. Thailand-Vietnam Business Council (TVBC) 86,500 THB
2 main topics of concern in 2020 In 2020 ThaiBev Contributed to other researches and CSR activities
  • 1. The new process of Liquor tax collection
  • 2. Sustainable Packaging Management
ThaiBev hold a politically neutral stand point. Our company and subsidiaries do not support any political party, group, or politician at the national, international or global level. Our personnel are encouraged to uphold the democratic regime of government with the King as Head of State and exercise their political rights in compliance with law. All of activities are diligently aligned with the local and global governing system.