รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2563

Close
หน้าแรก / รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2563 / แนวทางการพัฒนาความยั่งยืนของไทยเบฟ
GRI 102-9
ห่วงโซ่คุณค่าของไทยเบฟ
การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะส่งผลสำเร็จทางธุรกิจของไทยเบฟ ดังนั้นไทยเบฟใส่ใจในทุกขั้นตอนและทุกกระบวนการของห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ปัจจัย

ทุนทางการเงิน
  • มูลค่าหลักทรัพย์ 351,690 ล้านบาท
  • หนี้สิน 254,115 ล้านบาท
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น 179,405 ล้านบาท
(ณ วันที่ 30 กันยายน 2563)

ทุนทางการผลิต
  • สินทรัพย์รวม 433,520 ล้านบาท
  • ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 61,347 ล้านบาท

ทุนด้านบุคลากร
  • จำนวนพนักงาน 47,649 คน
  • ชั่วโมงการฝึกอบรมของผู้บริหารและพนักงาน 803,757 ชั่วโมง

ทุนทางปัญญา
  • ระบบการจัดการ ความรู้
  • เงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา 612.13 ล้านบาท

ทุนทางสังคม
  • ความสัมพันธ์ระหว่างไทยเบฟและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ความร่วมมือกับคู่ค้า
  • มูลค่าการลงทุน เพื่อสังคมมากกว่า 600 ล้านบาท

ทุนทางสิ่งแวดล้อม
  • จำนวนการใช้ทรัพยากรน้ำ 24,867 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • จำนวนการใช้พลังงาน 8,233,894,388 GJ
สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่า
รายได้รวม
259,392
ล้านบาท
กำไรสุทธิ
26,065
ล้านบาท
กำไรก่อนภาษี และค่าเสื่อม
46,544
ล้านบาท
อัตราการบาดเจ็บ จากการสูญเสียเวลา (LTIFR)
1.72 / หนึ่งล้าน
ชั่วโมงการทำงาน
อัตราการ
หมุนเวียนพนักงาน
8.4%
สร้างรายได้ให้กับ ครัวเรือนท้องถิ่น
1,246
ล้านบาท
ภายใน 4 ปี

ไม่มี
การร้องเรียนเรื่องสิทธิมนุษยชน

การจัดซื้อจัดหา
ในฐานะผู้นำในการผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของอาเซียน ไทยเบฟให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดซื้อจัดหาที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส โดยมุ่งเน้นการรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการ
  • กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสินค้าและบริการ ควบคู่ไปกับตรวจสอบผลงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและกระบวนการจัดการที่เหมาะสม
  • คำนึงถึงปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การบริหารจัดการน้ำ อาชีวอนามัย และความปลอดภัย รวมถึงการกำกับดูแลกิจการเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าและบริการส่งถึงมือผู้บริโภคอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย
  • คำนึงถึงผลกระทบหลังการบริโภค
การผลิต
ไทยเบฟให้ความสำคัญและใส่ใจในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ด้วย
  • การควบคุมคุณภาพของสินค้าให้ถูกต้องตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานการจัดการต่างๆ ตามหลักสากล ซึ่งครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และผู้บริโภค เช่น มาตรฐาน ISO 9001 ISO 22000 GMP HACCP ISO 14001 เครื่องหมายรับรองคุณภาพของน้ำดื่ม National Sanitation Foundation: NSF
  • การรักษาความปลอดภัยในการผลิต ผ่านการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดี การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัย
  • การใช้ทรัพยากรต่างๆ เช่น ทรัพยากรน้ำและพลังงาน ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การใช้พลังงานทดแทน การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย
  • แบบไร้อากาศ การติดตั้งหม้อไอน้ำแบบไหลทางเดียว รวมถึงมีการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
การกระจายสินค้า
ไทยเบฟสร้างระบบการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ด้วย
  • การรักษาและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุดให้ลูกค้า ควบคู่ไปกับการบริการอย่างมืออาชีพ
  • การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการระบบการขนส่งและกระจายสินค้า เช่น การควบคุมวินัยในการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่พนักงานขับรถ การบริหารการใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การรองรับการให้บริการลูกค้าในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ด้วยระบบการกระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่โรงงานไปจนถึงมือผู้บริโภค
การตลาดและการขาย
ไทยเบฟส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคผ่านช่องการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการ
  • สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับลูกค้าผ่านโครงการที่หลากหลาย เช่น โครงการ ทริปเปิล เอ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในช่องทางการขาย
  • สื่อสารและประชาสัมพันธ์ถึงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสังคม เช่น โครงการ Serve Responsibly การให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสร้างความสัมพันธ์พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภค
การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค
ไทยเบฟบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการ
  • นำวัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ เช่น กล่องกระดาษ ไส้กล่อง ขวดแก้ว กระป๋อง และลังพลาสติก กลับมาใช้ในกระบวนการผลิตอีกครั้ง
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุที่สามารถใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่
  • เก็บกลับบรรจุภัณฑ์มาใช้ในกระบวนการผลิต (Reuse and Recycle)